วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ดวงชาตาสตรีนักสู้


...เป็นดวงชาตาของหญิงที่มีความเข้มแข็ง อดทน กำพร้าพ่อตั้งแต่เยาว์วัย [พ่อหายสาบสูญไร้ร่องรอย] ญาติ...มิตรเบียดเบียน...หักหลังเป็นดวงไร้ทายาท [ไม่มีบุตร]มีคู่เป็นนักดนตรีและเป็นโหราจารย์ในเวลาเดียวกัน บากบั่นเล่าเรียน ฝึกฝนแสวงหาความรู้ต่างๆ...เช่น เสริมสวย ทำอาหาร สอนภาษาอังกฤษ ฯลฯ แล้วต่อมาในวัยกลางคน...ก็ได้เจอกับญาติ พี่น้องของบิดาอย่างไม่คาดฝัน...เคยเป็นโรค หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท...แต่ก็รักษาได้ทันท่วงทีจนปลอดภัย และเธอเป็นคนที่สามารถมองเห็นวิญญาณได้ตั้งแต่ ๕ ขวบ จนมารดาขนานนามเธอว่า"ตาหมา" [ผู้ที่สามารถติดต่อกับดวงวิญญาณได้...]

               
                            ...เกิดวันที่ ๒๔ ก.ค.๒๕๐๔ เวลาตกฟาก ๑๑.๑๐ น.ปัตตานี...
                                                             
                                                                      ...ราศีกันย์...





...เราเริ่มดูจากตนุลัคน์คือดาว ๔ ที่อยู่ราศีมิถุน ให้ตั้งราศีมิถุนเป็นลัคนาที่ ๒ จะเห็นได้ว่า ดาว ๗ ที่เล็ง
ลัคนาที่ ๒ นี้มาจากเรือนมรณะ [ตาย เก่าแก่ อดีต นานมาแล้ว] ที่ราศีมังกร...
กุมอยู่กับเกตุ [ วิญญาณ คลื่น กระแส ] ...
เราก็ตีความได้ว่า เธอเป็นคนที่สามารถมองเห็นวิญญาณในอดีตอยู่เสมอ และบ่อยครั้ง ดาว ๗+๙ สถิต อยู่ที่เรือนปัตนิ [จังๆหน้า ทันทีทันใด บ่อยๆ...] แปลว่า...เห็นอยู่บ่อยๆ...

...ทีนี้เราก็ไปดูที่ดาว ๖ สถิตอยู่ที่เรือนวินาศ [เร้นลับ มองไม่เห็น ] มีดาว ๒ [นัยน์ตา ] เล็งอยู่ที่ราศีพฤศจิก...อ่านว่า ดวงตาที่เห็นสิ่งเร้นลับ...ต่อไปดูให้ดูที่ดาว ๑ [ดวงตา ] อยู่เรือนกฤุมภะ [ได้มา ] เล็งไปที่ดาว ๕ เจ้าเรือนปัตนิ [จังๆ ทันทีทันใด ] ซึ่งดาว ๕ ก็ตรีโกณอยู่กับ ดาว ๖ อีกด้วย เมื่อเชื่อมเรื่องราวเข้าด้วยกัน ก็แปลออกมาได้ว่า...ดวงตาของเธอทั้ง ๒ ข้างสามารถมองวิญญาณต่างๆได้อยู่เสมอ...แล้ว ดาว๕ ยังเป็นเจ้าเรือนกัมมะ [ งาน การกระทำ กิจกรรม ] เน้นให้อ่านได้ว่า เรื่องราวต่างๆนี้เป็นกิจวัตร...
ที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอคือ วันไหนไม่เห็นผี...วันนั้นจะเป็นเรื่องที่เหมือนขาดอะไรๆไปสักอย่าง...


...ในเรื่องญาติ มิตรทำร้าย ให้ดูที่ลัคนาหลักคือราศีกันย์  อ่านจากดาว ๓ เจ้าเรือนสหัชชะ [ญาติ เพื่อน ]
ไปอยู่ที่ราศีสิงห์เรือนวินาศ [เดือดร้อน วุ่นวาย เหน็ดเหนื่อย ]ของลัคนา...ดาว ๑ เจ้าเรือนวินาศไปอยู่ที่
ราศีกรกฎ เรือนลาภะ [ความหวัง ความโลภ ความต้องการ ] ได้ตำแหน่งมหาจักร [พลิกผัน ร่วง ปุ๊บปั๊บ ]
ดาว ๒ เจ้าเรือนลาภะมาอยู่ที่ราศีพฤศจิกเรือนสหัชชะเป็นนิจ [อ่อน เลว ด้อย ] แล้วก็วนเวียนไปมาอยู่อย่างนี้คือ สหัชชะ+วินาศ+ลาภะ+สหัชชะ+วินาศฯลฯไม่จบสิ้น ทางโหราศาสตร์เขาเรียกว่า"มหาเกษตร"
ถ้าสลับเรือนดีก็ถือว่าสุดยอด แต่นี่ที่เห็น...สลับเรือนเสีย ตอบว่าแย่สุดๆ...ลองฝึกแปลเองตามที่บอกมา
ก็ไม่เลวนะครับ...ลองดู...สรุป ญาติ มิตร ห่วยแตก ไม่ได้เรื่องเลยละ...

...คราวนี้ในเรื่องของบิดาที่หายสาบสูญไป ไม่ต้องดูยากนักก็ได้ ดูที่ดาว ๔ ตั้งลัคนาที่ ๒ ดาว ๔ กุมลัคน์
มาจากเรือนพันธุ [พ่อ ] กุมตนุ อ่านว่า...พ่อตัวเอง ดูไปที่ดาว ๗ มาจากเรือนมรณะ [ตาย หาย สาบสูญ ]
เล็งมาที่ดาว ๔ ตนุ [ตัวเอง ] + พันธุ [พ่อ ]เป็นเกษตร [แน่ๆ ]  แล้วดาว ๕ ที่เป็นดาวลอยอยู่ที่เรือนมรณะมาจากไหนเดิมละ มาจากเรือนพันธุ [พ่อ ]ของลัคนาหลัก ก็ตรงเป้าอีก...ถ้าอยากรู้ว่าจากเมื่อไรก็ดูว่า...
เรือนมรณะลัคนาที่ ๒ เป็นเรือนอะไรเดิมของลัคนา ก็เป็นเรือนปุตตะ[เด็ก ] แสดงว่าพ่อหายสาบสูญไปตั้งแต่ยังเยาว์วัย ทีนี้เราอยากจะรู้ว่ากี่ขวบ? ก็ไปดูที่ดาว๕ ซึ่งโยคหน้าดาว ๒ ที่ราศีพฤศจิก ก็ตอบได้เลยว่า...ตอนอายุได้ ๒ ปีไงละ...ตอบว่า ถูกต้องครับ...


...แล้วที่ว่า...ทำไมถึงมีคู่ครองเป็นนักดนตรีและเป็นโหรในเวลาเดียวกันนั้น ไม่ยากครับ ให้ดูที่ดาว ๕ เจ้าเรือนปัตนิของลัคนาราศีกันย์อยู่ที่ราศีมังกร [ ดาว ๕ มีความหมายถึง ครูบาอาจารย์อยู่แล้ว ] ตรีโกณกับ
ดาว ๖ [นักดนตรี] เกษตร [แน่นอน] และมีดาว ๑ [ชายคนรัก] เล้งมาอีก เราก็ตอบได้ว่า...คู่ครองจะต้องเป็นนักดนตรีและโหรถึงจะเป็นเนื้อคู่แท้แน่นอน อย่างไม่ได้คิดมาก่อน [ ดาว ๖ เป็นเกษตรเป็นวินาศ...
[ เรื่องไม่คาดฝัน ] กับดาว ๔ ตนุลัคน์...

...ส่วนเรื่องไม่มีบุตร...ให้ตั้งลัคนาที่ ๒ ที่ราศีมิถุน ดาว ๖ ไปอยู่เรือนวินาศ [ ไร้ร่องรอย ไม่เห็น ไม่มี ]...
มาจากเรือนปุตตะ [บุตร ] อ่านว่า ปุตตะ+วินาศ แปลว่าไม่มีบุตรแน่ๆ [ดาว ๖ เป็นเกษตร ] ถ้ามองจากลัคนาราศีกันย์ ดาว ๖ เป็นเจ้าเรือนกฎุมภะ [ได้มา ] ไปอยู่เรือนศุภะ [ ปรารถนา ฝักใฝ่ ] รวมทั้ง ๒ มุม
มองแปลได้ว่า...ถึงแม้อยากจะมีลูกก็ไม่สามารถมีลูกได้เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับ รังไข่และมดลูกแน่นอน
...ดาว ๖ มีความหมายว่า รังไข่ มดลูกฯลฯ...

...เรื่องขยันยิ่งดูง่ายเข้าไปอีกคือ...ดูที่ลัคนาหลักราศีกันย์ ดาว ๔ ไปอยู่เรือนกัมมะเป็นเกษตรแปลว่า...
เป็นคนที่ขยันทำงานสุดๆ [ดาว ๔ เป็นเกษตรที่เรือนกัมมะ ] อดทนเป็นที่ หนึ่งเพราะมีดาว ๗ ...
[มัธยัสถ์อดทน อดกลั้น ] เล็งอยู่ แถมมีเกตุ [วุ่นวาย ไม่หยุด ] กุมอยุ่ด้วยอีก...
แถมเก็บเงินอยู่อีก ดาว ๖ กฎุมภะเป็นธาตุลม จรราศี [เร็ว ] ไปอยู่ราศีพฤษภธาติดิน สถิรราศี ...
[ช้า] แสดงว่าเงินเข้ามารวดเร็วแต่สามารถเก็บเงินเอาไว้ได้แน่นอน [เกษตร]...

...เรื่องสุดท้ายที่ว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้นก็เพราะว่า...ดาว ๗ ที่เป็นมรณะของตนุลัคน์
ตัวที่ ๒ นั้น หมายถึงเส้นสาย กระดูก...ส่วนดาว ๕ ที่อยู่เรือนมรณะนั้นหมายถึง กลางหลังหรือบริเวณสะโพก...ส่วนที่ต้องผ่าตัดรักษานั้นเพราะดาว ๓ [ผ่าตัด]ไปอยู่เรือนวินาศของดาว ๑ อ่านว่า ๑+๓...
[ คู่ผ่าตัด ] พอเมื่อหลายปีก่อนที่ดาว ๗ อยู่ราศีสิงห์เรือนวินาศลัคน์ จึึงมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นมาได้
ซึ่งในตอนนั้นเธออยู่ในวัย ดาว ๓ [๔๑-๕๐ ปี ] พอดี...

...หลักการที่แท้จริงของการดูดวงชาตา ต้องเอาตนุลัคน์เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเสมอ เพราะว่าลัคนาเปรียบเสมือนบ้าน ส่วนตนุลัคน์ ก็คือเจ้าของบ้าน [ตัวเรา ] ซึ่งไม่ได้อยู่บ้านทุกวันแน่นอน ต้องออกไปโน่นไปนี่อยู่เสมอ...นี่คือหลักการณ์ที่แท้จริงของวิชาโหราศาสตร์ครับ...ดูกันที่ตนุลัคน์ล้วนๆ... ซึ่งปรมาจารย์โหรหลายท่าน ก็ใช้กันมาเนิ่นานปีกันมาแล้วอาทิเช่นท่าน อ.พลูหลวง ท่าน อ. ส.ไชยนันท์ ท่าน อ.ประทีป ฯลฯ...เป็นต้น...



                                                           
                                              ... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...


...สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนที่สนใจในวิชาโหราศาสตร์ และคิดที่จะเรียนรู้วิชาโหราศาสตร์...ให้หมั่นอ่านทบทวนบทความเหล่านี้ให้เข้าใจถ่องแท้ในความเป็นมา...ลักษณะ วิธีการทำนาย ต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ...ฝึกฝนต่อไป ก็จะสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองในอนาคตข้างหน้าต่อไปครับ...


... คอยพบกับบทเรียนต่อไปครับ...สวัสดี ...

... เขียนโดย อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...

1 ความคิดเห็น:

  1. ...วิชาโหราศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ลึกล้ำ...
    ๑.เรียนยาก จะทายออกมาได้ง่าย
    ๒.เรียนง่าย จะทายออกมาได้ยาก
    ๓.เรียนแบบเข้าใจจะเกิดความแตกฉาน
    ๔.เรียนแบบท่องจำจะเกิดความสับสน
    ๕.เรียนแบบมีเหตุและผล จะทำให้เกิดทักษะ
    ๖.เรียนแบบงมงาย จะทำให้ถอยหลังลงคลอง

    ตอบลบ