วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ดวงชาตาบอกตายโหง


                                           ...จากสถิติดวงชาตาของ อ.ส.ไชยนันท์...
                               
                                                        "ดวงบอกตายโหง"

                                   ...หญิง เกิดวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๘...



...ลัคนาราศีตุลย์...ดาวเจ้าเรือนกฎุมภะอยู่วินาสน์ ดาวเจ้าเรือนวินาสน์กุมลัคน์ ดาวเจ้าเรือนลัคน์อยู่
กฎุมภะ เจ้าชาตามีสิทธิ์ตายโหง...

...ลัคน์หรือเจ้าเรือนลัคน์ มีบาปเคราะห์บีบ อายุสั้น...

...ลัคนาถูก ๔ เจ้าเรือนวินาสน์กุม ๓ บีบหลัง ๗+๘ บีบหน้า เนปจูนกุม...
 ๖ เจ้าเรือนลัคน์อยู่พิจิกเป็นประ...๗+๘ ถูก ๙ และเนปจูน บีบหน้า-หลัง...
๑ เป็นนิจกับ ๔ เจ้าเรือนวินาสน์บีบหลัง...

...ลัคน์และ ๖ เจ้าเรือนลัคน์ถูกบีบหนัก เจ้าชาตาบอบช้ำมากจึงอายุสั้น...
๙ เรือนที่ ๓...เพื่อนรังแก...๖ ร่วม ๗ รักไม่เป็น เพื่อนชายยิงตายเพราะไม่รักตอบ...

...ผมขออธิบายดวงชาตาให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ...

ในพื้นดวงชาตา ดาว ๓ เจ้าเรือนภพปัตนิ [คู่ จังๆหน้า ทันทีทันใด ] และเจ้าเรือนภพกฎุมภะ [ได้มา]
ไปอยู่ภพวินาสน์ [เสียหาย วุ่นๆ ไม่คาดฝัน ทำร้าย ] และดาว ๔ เจ้าเรือนภพวินาสน์ก็ไปกุมลัคน์ [เจ้าชาตา]
                    ...อ่านได้ว่า...
...ปัตนิ+วินาสน์+ตนุ...แปลว่า...คนรักจะประทุษร้ายอย่างไม่คาดฝันอย่างไม่คาดฝันมาก่อนจังๆหน้า...
...สังเกตุในดวงชาตาว่า ดาว ๖ เจ้าเรือนภพมรณะ [ความตาย ] มาอยู่ภพกฎุมภะ [ได้มา ] ซึ่งอยู่ในเรือนของดาว ๓ เจ้าเรือนภพปัตนิ [คู่ จังๆหน้า ] แปลได้ว่าจะต้องตายโดยน้ำมือของคนรัก...
...ในพื้นดวงชาตามีดาว ๕ เจ้าเรือนภพอริ [ปัญหา ความโกรธ ] โยคหลังลัคนา...
...มีดาว ๖ เจ้าเรือนภพมรณะ [ความตาย ] เป็นศูนย์พาหะ [ตัวนำทาง ] ของลัคน์อยู่...
...และยังมีดาว ๔ เจ้าเรือนภพวินาสน์ [ไม่คาดฝัน ] กุมลัคนาอยู่...
...สรุปรวมว่าด้วยความโกรธแค้น [ดาว ๕ ] ของคนรัก [ปัตนิ] จึง ได้มา [ภพกฎุมภะ ] ซึ่งความตาย [ดาว ๖ มรณะ ]...
จาก คนรัก [ปัตนิ] อย่างไม่คาดฝัน [ดาว ๔ วินาสน์ ] ...

...จากลัคนาที่ราศีตุลย์มีดาว ๗ อยู่ที่ราศีพฤศจิก เรียกว่าดาว ๗ บีบหน้า...ดาว ๓ อยู่ที่ราศีกันย์...เรียกว่า
...ดาว ๗ บีบหลัง...
...จากดาว ๕ ที่ราศีสิงห์มีดาว ๓ อยู่ที่ราศีกันย์ เรียกว่าดาว ๓ บีบหน้า...ดาว ๐ อยู่ที่ราศีกรกฏเรียกว่า...
ดาว ๐ บีบหลัง...
...จากดาว ๖ ที่ราศีพฤศจิกมี เกตุ [๙ ] อยุ่ที่ราศีธนูเรียกว่า เกตุบีบหน้า...ดาวเนปจูนอยู่ที่ราศีตุลย์...
เรียกว่า ดาว เนปจูนบีบหลัง...
...เคล็ดลับ [จริงๆไม่ลับเพราะท่าน อ. ส.ไชยนันท์เปิดเผยไว้ ] ท่าน อ. ส.ไชยนันท์กล่าวไว้ว่า...
...เจ้าเรือนกฎุมภะร่วมเจ้าเรือนอริ อยู่วินาศ มักตายโหง...
...แต่ในดวงชาตานี้ ดาว ๓ เจ้าเรือนภพกฎุมภะไปอยู่วินาสน์ และมีดาว ๕ เจ้าเรือนอริบีบหลัง...
มีดาว ๔ เจ้าเรือนภพวินาสน์บีบหลังอยู่ ก็ถือว่าอยู่ในเครือข่ายได้เช่นกัน...

...เพราะหลักวิชาต่างๆสามารถดูได้จากในหลากหลายมุมมอง จึงต้องใช้ความละเอียดละออ ในการทำนายดวงชาตาเป็นอย่างมากครับ...ต่อไปนี้มีดาวจรในวันมรณกรรมของดวงชาตานี้ดังนี้...


                                     
                                           ...วันที่มรณะกรรมคือ วันที่ ๑๐ พ.ย.๒๕๑๔...


...คำวิจารย์ อ. ส.ไชยนันท์...


...วันตายนั้น ๑ จรทับ ๑ เดิม...๑ ทับเนปจูน...๗ เล็ง ๖ ...
...๙ เล็ง ๔ และ ๕ ...เนปจูนทับ ๖ และ ๗ ...๐ ทับ ๓ ...
...๐ บีบหลัง เนปจูนบีบหน้า เหมือนในดวงเดิม...
...เจ้าชาตาจึงจบชีวิต...เพื่อนชายยิงตาย...


...คำวิจารย์ของผมให้เข้าใจได้ง่ายและชัดเจนขึ้น...


...จากลัคนาเดิม...

...ดาว ๕ เจ้าเรือนภพอริ [ทำร้าย] กุมดาว ๖ เจ้าเรือนภพมรณะ [ความตาย] และกุมดาว ๔ เจ้าเรือนภพ...
วินาสน์ [ไม่คาดฝัน ] อยู่ที่เรือนกฎุมภะ [ได้มา ] ซึ่งเป็นเรือนของดาว ๓ เจ้าเรือนภพปัตตนิ [คู่ ]ด้วย...
และดาว ๖ เจ้าเืรือนลัคน์ ก็ร่วมวงไพบูลย์ด้วย ... แปลว่า ...
... เจ้าชาตาโดนคู่ทำร้ายจนถึงกับเสียชีวิต ...

...จากตนุลัคน์จร...

...ตั้งราศีพฤศจิกเป็นลัคนาจร...ดาว ๔ เจ้าเรือนภพมรณะจรเข้ามากุมลัคน์จร...ดาว๖ เจ้าเรือนภพ วินาสน์
จร...มากุมลัคนาจร...ดาว ๓ เจ้าเรือนภพอริจรส่งกำลัง ๔ไปที่เรือนปัตนิ [คู่ ]จรส่งกำลัง ๘ ไปที่ราศีกันย์เจอดาว ๓ ปัตนิ [คู่] เดิมในดวงชาตา ดาว ๓ จรอยู่ที่ราศีกุมภ์ภพ พันธุจร...รวมแปลว่า...
...เจ้าชาตา โดนคู่ทำร้ายที่บ้านจนถึงแก่เสียชีวิต...


...คราวนี้เราจะมาดู ๓ ชั้นคือดูจาก ...

[ คือการอ่านจาก ลัคนาโลก+ลัคนาเดิม+ลัคนาจร โดยไม่ต้องดูดาวใดๆทั้งสิ้น ] ...

๑.ลัคนาโลก ตั้งดนุที่ราศีเมษ...
๒.ลัคนาเดิม ตั้งตนุที่ราศีตุลย์...
๓.ลัคนาจร ตั้งตนุที่ราศีพฤศจิก...

...เริ่มอ่านแต่เรือนไม่ต้องมีดาวมาผสม...
ชุดที่ ๑ จากที่ราศีเมษ เป็นตนุ [เจ้าชาตา ] จากลัคนาเดิมเป็นปัตนิ [คู่ ] จากลัคนาจรเป็นอริ [ทำร้าย]
...อ่านว่า...ตนุ+ปัตนิ+อริ...แปลว่า...คู่ทำร้ายเจ้าชาตา...
ชุดที่ ๒ จากที่ราศีตุลย์เป็นตนุ [เจ้าชาตา ] จากลัคนาโลกเป็น ปัตนิ [คู่ ] จากลัคนาจรเป็นวินาสน์
[ไม่คาดฝัน ] ...
...อ่านว่า...ตนุ+ปัตนิ+วินาสน์...แปลว่าคู่เจ้าชาตาทำเรื่องไม่คาดฝัน...
ชุดที่ ๓ จากลัคนาจรที่ราศีพฤศจิก เป็นตนุ [เจ้าชาตา ] จากลัคนาเดิมเป็นกฎุมภะ [ได้มา ] จากลัคนา
โลกเป็นเรือน มรณะ [ความตาย ] ...
...อ่านว่า...ตนุ+กฎุมภะ+มรณะ...แปลว่าเจ้าชาตาได้มาซึ่งความตาย...
...แปลทั้ง ๓ ชุดอ่านว่า...เจ้าชาตาถูกคู่ทำร้ายจนถึงแก่เสียชีวิตอย่างไม่คาดฝ้น...




... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...


... การแปลดวงชาตาก็ยุติลงแต่เพียงเท่านี้ ...
... เอาไว้พบกันใหม่ในบทความต่อไปนะครับ ... สวัสดี ...


... เขียนโดย อ.ธเทพ ปฏิพิมพาคม ...



วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วิธีนับวัยระบบ อ.พลูหลวง


                                                    ...วิธีนับวัยระบบ อ.พลูหลวง...



  ...วิธีนับวัยดาวเสวยและแทรกโดยไม่ต้องดูตารางวัย...

...วิธีนี้เป็นวิธีที่รวดเร็วดูดาวพระเคราะห์เสวยอายุและแทรกได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องดูตารางวัย...
...ก่อนอื่นต้องขออธิบายโครงสร้างของวัย [ระบบ ท่าน อ.พลูหลวง] ก่อนอื่นเป็นอันดับแรก...

...ดาว ๑ จะเสวยอายุตั้งแต่ ๑-๑๐ ปี ดูที่ราศีสิงห์ตามภาพ
...ดาว ๔ จะเสวยอายุตั้งแต่ ๑๑-๒๐ ปี ดูที่ราศีกันย์ตามภาพ
...ดาว ๖ จะเสวยอายุตั้งแต่ ๒๑-๓๐ ปี ดูที่ราศีตุลย์ตามภาพ
...ดาว ๒+๘ จะเสวยอายุตั้งแต่ ๓๑-๔๐ ปี ดูที่จุดข้อต่อวัยระหว่างราศีตุลย์และราศีพฤศจิก...ตามภาพ
...ดาว ๓ จะเสวยอายุตั้งแต่ ๔๑-๕๐ ปี ดูที่ราศีพฤศจิกตามภาพ
...ดาว ๕ จะเสวยอายุตั้งแต่ ๕๑-๖๐ ปี ดูที่ราศีธนูตามภาพ
...ดาว ๗ จะเสวยอายุตั้งแต่ ๖๑-๗๐ ปี ดูที่ราศีมังกรตามภาพ
...ดาว ๐ จะเสวยอายุตั้งแต่ ๗๑-๘๐ ปี ดูที่ราศีกุมภ์ตามภาพ
...ดาวเนปจูน จะเสวยอายุตั้งแต่ ๘๑-๙๐ ปี ดูที่ราศีมีนตามภาพ
...ดาวพลูโต จะเสวยอายุตั้งแต่ ๙๑-๑๐๐ ปี ดูที่ราศีเมษตามภาพ

...วิธีนับดาวพระเคราะห์เสวยอายุของท่าน อ.พลูหลวงจะนับจากราศีสิงห์เป็นจุดเริ่มต้น...จนไปถึง
ราศีเมษแล้วเป็นการสิ้นสุด แล้วก็ย้อนกลับมาเริ่มต้นที่ราศีสิงห์เป็นอันดับแรกเสมอ...ตรงจุดข้อต่อ
ที่เกิดจากราศีตุลย์ ดาว ๖ และ ราศีพฤศจิกดาว ๓ นั้นเกิดจากความใกล้ไกลของดวงดาวตามสุริย
จักรวาลเพราะจากดาว ๖ ไปสู่ดาว ๓ มีดาว ๒ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งนั้น...
...ต่อไปนี้จะเป็นวิธีการนับดาวพระเคราะห์เสวย-แทรก ซึ่งสามารถดูด้วยตาเปล่าโดยไม่ต้องดูตารางวัย
อายุ......ถ้าทุกคนสามารถจำโครงสร้างของวัยต่างๆได้แล้ว เวลาดูดวงชาตาก็ไม่ยากที่จะนับตามวิธีที่
จะบอกต่อจากนี้ไป...ครับ...

...ตัวอย่างที่ ๑...

ถ้ามีอายุ ๕๕ ปี ก็ให้ไปดูที่ราศีธนู อายุตั้งแต่ ๕๑-๖๐ ปี แสดงว่าอายุ ๕๕ ปีดาว ๕ เสวย...
เราจะดูดาวพระเคราะห์แทรก...
ให้นับที่ราศีสิงห์นับเป็น ๑๐ ปี ที่ราศีกันย์นับเป็น ๒๐ ปี ที่ราศีตุลย์นับเป็น ๓๐ ปี ที่จุดข้อต่อเป็น ๔๐ ปี...
และไปที่ราศีพฤศจิกนับเป็น ๕๐ ปี...ถ้าเรานับต่อที่ราศีธนูอีก ๑๐ ปีจะเลย อายุ ๕๕ ปี...ดังนั้นให้นับ
ต่อที่ราศีธนู แค่ ๑ ปีก็จะเป็นอายุ๕๑ ปี นับต่อไปที่ราศีมังกรอีก ๑ ปีเป็นอายุ ๕๒ ปี นับต่อไปที่...
ราศีกุมภ์ ๑ ปี เป็นอายุ๕๓ นับต่อไปที่ราศีมีน ๑ ปีเป็นอายุ๕๔ ปี นับต่อไปที่ราศีเมษ ๑ ปีเป็น
อายุ ๕๕ ปีตามที่ต้องการ...ดังนั้นดาวพลูโตจึงเป็นดาวแทรกอายุทันที...สรุปเท่ากับอายุ ๕๕ 
อยู่ในวัยดาว ๕ เสวยอายุและดาว พลูโตแทรก...[๕+พลูโต]

...ตัวอย่างที่ ๒ ...

ถ้ามีอายุ ๔๘ ปี ก็ให้ไปดูที่ราศีพฤศจิก อายุตั้งแต่ ๔๑-๕๐ ปี เท่ากับอายุ ๔๘ ปีมีดาว ๓ เสวยอายุอยู่ 
จะดูดาวพระเคราะห์แทรก ก็ไปนับ ๑๐ ปีที่ราศีสิงห๋ นับ ๒๐ปีที่ราศีกันย์ นับ ๓๐ ปีที่ราศีตุลย์ นับ ๔๐ ปี
ที่จุดข้อต่อถ้านับที่ราศีพฤศจิก อีก ๑๐ ปีจะเลยอายุ ๔๘ ปีที่กำหนดใว้...ดังนั้นให้นับ ๑ ปีที่ราศีพฤศจิก
เป็นอายุ ๔๑ ปีนับต่อไปที่ราศีธนูเป็นอายุ ๔๒ ปี...
นับต่อไปที่ราศีมังกร ๑ ปีเป็นอายุ ๔๓ ปี นับต่อไปที่ราศีกุมภ์ ๑ ปีเป็นอายุ ๔๔ ปี นับต่อไปที่ราศีมีน ๑ ปี
เป็นอายุ ๔๕ ปี...
นับต่อไปที่ราศีเมษ ๑ ปีเป็นอายุ ๔๖ ปี นับลงมาที่ราศีสิงห์[จุดเริ่มต้น]อีก ๑ ปีเป็นอายุ ๔๗ ปี นับต่อไปที่
ราศีกันย์ ๑ ปีเป็นอายุ ๔๘ ปีตามที่ได้กำหนดใว้...ดังนั้นดาวเสวยก็คือดาว ๔ ทันที...
...สรุปเท่ากับอยู่ในวัยดาว ๓ เสวยและดาว ๔ แทรก [๓+๔] ...

...ตัวอย่างที่ ๓ ...

ถ้ามีอายุ ๓๒ ปี ให้ไปดูที่จุดข้อต่ออายุตั้งแต่ ๓๑-๔๐ ปี เท่ากับอายุ ๓๒ ปีอยู่ในวัยดาว ๒ เสวยอยู่...
จะดูดาวแทรกอายุก็ไปเริ่มนับอายุ ๑๐ ปีที่ราศีสิงห็ นับ ๒๐ ปีที่ราศีกันย์ นับ ๓๐ ปีที่ราศีตุลย์...
ถ้านับต่อไปที่ราศีพฤศจิกจะเลยอายุที่กำหนดให้ไปนับที่จุดข้อต่อ...๑ ปีเป็นอายุ ๓๑ ปี ...
นับต่อไปที่ราศีพฤศจิก ๑ ปี เป็นอายุ ๓๒ ปี...
...เท่ากับว่า ดาว ๓ เป็นดาวแทรกในทันที...คือดาว ๒ เสวยอายุ ดาว ๓ เป็นดาวแทรก [ ๒+๓] ...

...ตัวอย่างที่ ๔...

ถ้ามีอายุ ๒๙ ปี ให้ไปดูที่ราศีตุลย์ อายุตั้งแต่ ๒๑-๓๐ ปี เท่ากับมีดาว ๖ เสวยอายุอยู่ จะดูดาวแทรกให้นับ
ที่ราศีสิงห์เป็นอายุ ๑๐ ปี นับ ๒๐ปีที่ราศีกันย์ ถ้านับต่อไปที่ราศีตุลย์จะเกินอายุ ๒๙ ปี ให้นับที่ราศีตุลย์ 
๑ ปี เป็นอายุ ๒๑ ปีนับไปที่จุดข้อต่อ ๑ ปีเป็นอายุ ๒๒ ปีนับต่อไปที่ราศีพฤศจิกเป็น ๒๓ ปี นับต่อไปที่
ราศีธนูเป็น ๒๔ ปี นับต่อไปที่ราศีมังกรเป็นอายุ๒๕ ปี นับต่อไปที่ราศีกุมภ์เป็น ๒๖ ปี นับต่อไปที่ราศีมีน
เป็น ๒๗ ปีนับต่อไปที่ราศีเมษ เป็น ๒๘ ปี นับต่อมาที่ราศีสิงห์เป็นอายุ ๒๙ ปี ดังนั้นอายุ ๒๙ ปี...
จึงเป็นดาว ๑ แทรกอายุในทันที...คิอดาว ๖ เสวยอายุดาว ๑ เป็นดาวแทรก...[๖+๑] ...

...ตัวอย่างทั้ง ๔ รายการนี้ก็น่าจะทำให้ทุกคนได้เข้าใจเรื่องราวต่างๆได้มากขึ้น ไปลองทำกันดูนะ...ครับ...

...วิธีนับนี้คล้ายคลึงกับวิธีนับทางทักษาเช่นกันแต่ทางทักษาเข้าไปตรงจุดกลางนับ...ส่วนทางระบบท่าน 
อ.พลูหลวงนับตรงจุดข้อต่อแทน ดังนั้นถ้าท่านมีความรู้ทางทักษาอยู่แล้วย่อมเข้าใจได้โดยไม่ยากนัก...
ส่วนการทำนายก็มีอยู่ในตำราของท่าน อ.พลูหลวงอยู่แล้วซึ่งสามารถไปหาอ่านได้อย่างสะดวก...เคล็ด
ก็คือดาวอะไรเสวย ดาวอะไรแทรกก็ให้ไปดูที่ดวงเดิมว่าดาวเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งดี-ร้าย ดาวเสวยและ
ดาวแทรกในดวงเดิมทำมุมเป็นมิตรหรือเป็นศัตรูกันยังไง...
... ก็จะ...สามารถอ่านดวงชาตาได้อย่างละเอียดลึกล้ำและมีสมรรถภาพสูง...








...ในที่นี้ผมขออาราธนาคุณ พระพุทธเจ้า  พระธรรมเจ้า  
พระสงฆ์เจ้า จงดลบันดาลให้วิญญาณของ ...
ท่าน อ.พลูหลวงผู้ล่วงลับไปสู่ที่สุคติภพ...สงบและสันติสุข...
สมกับที่ท่านได้ฉายาว่า " วิญญาณโหราศาสตร์ "
... ชั่วกาลนานเทอญ ... สาธุ ...
...เรียนผู้รู้ทุกท่าน...บทความนี้ผมมอบให้สำหรับผู้ที่เริ่มเรียนรู้
โหราศาสตร์ จะได้เป็นแนวทางที่ดี
สำหรับที่จะฝึกฝนให้เกิดความเชี่ยวชาญกันต่อไป...ครับ...

         ... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...

วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ดวงชาตาบุคคลสำคัญที่ถูกยึดอำนาจ


                                                ...สติถิดวงชาตา ของ ท่าน อ.พลูหลวง...

...บุรุษท่านนี้เคยเป็นบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดในรัฐบาลมาก่อน...ในอดีตที่ผ่านมาทำคุณงามความดี
ต่อประเทศชาติ คือได้สร้างทางหลวงสายต่าง ๆ ทั่วประเทศหลายสาย สร้างเขื่อน อาทิเช่น...
เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนอุบลรัตน์... นอกจากนี้ท่านยังได้ทำการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยทัดเทียม
กับนานาประเทศ และในปี พ.ศ.๒๕๐๘ ได้ส่งทหารไปร่วมรบในสงครามเวียตนามด้วย...

...แต่ต่อมาก็ถูกพลังทางการเมืองหลายฝ่าย กดดันให้ลาออกจากตำแหน่งในที่สุด หมดพลังอำนาจ ต้องหลบลี้ หนี ภัย ไปอยู่ในต่างถิ่นต่างแดน...





                    ...ชาย เกิดวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๕๔ เวลาเกิด ๑๒.๒๕ น. จังหวัดตาก...

                                                                     ...ราศีตุลย์...


โยคเกณฑ์...

๑.ดาว พฤหัสบดีกุมลัคน์ นระราศี เป็นองเกณฑ์...

๒.ดาวได้โยค มีมฤตยูโยคหน้า พุธโยคหลัง และยังได้ตรีโกณอีกด้วย...

๓.เป็นดวง ดอกพิกุล คือมีดาวกุมลัคนา แล้วโยคไปตามลำดับ ไม่ขาดตอน ดาวพฤหัสบดีกุมลัคน์...
ดาวโยคไปตามลำดับคือ มฤตยู  จันทร์  อังคาร  เสาร์  ราหู  พลูโต  พุธ ...


วิจารณ์...


๑.ดาวดอกพิกุลให้คุณ ในด้าน มีพรรคพวก เพื่อนฝูงมาก มีผู้นับหน้าถือตาทั่วๆไป...

๒.ดวงนี้มีบาปเคราะห์ อังคาร  เสาร์  ราหู ๓ ดวง เล็งลัคนาอย่างเต็มที่ เป็นลางบ่งให้เห็นว่า ศัตรู
มุ่งร้ายมีพลังรุนแรง เมื่อพลาดท่าเสียทีก็จะต้องหักโค่นลงทันที ในกลุ่มดาวบาปเคราะห์ ๓ ดวงนั้น
มีดาวเสาร์ ปุตตะของดาว ศุกร์ตนุลัคน์รวมอยู่ด้วย หมายถึงอำนาจนั้นมาจากเด็กๆ...

๓.ดาวพฤหัสบดี อันเป็นดาวครูกุมลัคนา ในชีวิตของท่านได้เคยเป็นครูสอนวิชาแผนที่กับนักเรียนทหารอยู่หลายปี...

๔.มฤตยูเจ้าแห่งการเดินทาง โยคหน้าลัคนา ทำให้ท่านซึ่งเป็นผู้รวมอำนาจใว้เป็นเวลานาน ต้อง
เดินทางไปต่างแดน ไปประชุมหรือดูงานบ่อยๆ...


๕.ดาวอาทิตย์ลอยเหนือศรีษะกลางฟ้าขณะเกิด ท่านจึงมักจะไว้ตัว และแสดงท่าทางองอาจให้กระฉับกระเฉงอยู่เสมอ อันผิดกับอุปนิสัยส่วนลึกซึ่งชอบความสงบ ด้วยดาวศุกร์ตนุลัคน์เป็นนิจ
อยู่ในภพวินาศนะ ลักษณะเช่นนี้ บ่งถึงว่าเป็นคนสองอารมณ์ หรือสองบทบาท บทบาทของดาว
อาทิตย์นั้นจะต้องเด่น ยิ่งมีดาวเนปจูนอันเป็นดาวฝูงชนกุมอาทิตย์อยู่ด้วย ทำให้ต้องอยู่ในที่แวด
ล้อมของคนหมู่มาก...ต้องออกชุมชนอยู่เสมอ บทบาทของศุกร์นิจในภพวินาศนะ ส่วนลึก...
ของจิตใจนั้นเป็นคนอ่อนแอ และชอบมุมสงบเงียบๆของชีวิต  จะว่าเป็นดวงที่ถูกเขาเชิดก็ใช่ที่ ...
ตามลักษณะดวงชาตาบ่งว่า มีความพอใจในฐานะที่ถูกเขาเชิดด้วย หรือทำจริงๆแต่ดูคล้ายถูกเขา
เชิดอยู่เบื้องหลังอย่างใดอย่างหนึ่ง...

๖.ดาวอังคารกฎุมพะ  มีเสาร์ราหู กุมอยู่เป็นข้อเสียอย่างร้ายแรง เจ้าชาตาจึงถูกอำนาจกฏหมายมาตราพิเศษที่เคยเคยเล่นงานคนอื่นๆมามาก ย้อนกลับมาเล่นงานตนเอง โดยถูกยึดทรัพย์จนหมดสิ้น...


...ต่อไปนี้เป็นบทขยายความของคำวิจารณ์...


ดาว ๕ ที่กุมลัคน์ นระราศีได้ องค์เกณฑ์...

องค์เกณฑ์นระ ได้แก่ ลัคนาที่มิถุน ลัคนาที่กันย์ ลัคนาที่ตุลย์  ธนู และลัคนาที่กุมภ์...


... มีโคลงกลอนองค์เกณฑ์ดังนี้ ...

    นระสุริยะเรื้อง                    รังสี
    โสระชีวะโดยมี                  ถูกต้อง
   สามองค์เทพโสภี              กุมลัคน์
   ดวงชาตาใดพรั่งพร้อม      ยศนั้นนาพัน

...กฎขององค์เกณฑ์นระคือ...ถ้ามีดาว ๑ ดาว ๗ และดาว ๕ ทั้ง ๓ ดวงที่กล่าวมากุมลัคน์ จะได้...
ยศถาบรรดาศักดิ์ เทียบเท่ากับนาพันไร่...ถ้าเป็นในสมัยปัจจุบันก็ต้องตีความกันว่า บุคคลใดที่ได้องค์เกณฑ์นี้ จะสามารถสร้างชื่อเสียงและทรัพย์สมบัติได้ด้วยสติปัญญา และความสามารถของตนเอง...


ดาวโยคก็คือ...ดูจากลัคนามองไปข้างหน้า ๒ ราศีมีดาว ๐ อยู่เรียกว่า "ดาว มฤตยูโยคหน้า "แล้วหันไปมองข้างหลังมีดาว ๔ อยู่เรียกว่า "ดาวพุธโยคหลัง"...
...เท่ากับว่า ลัคนามีดาวโยคหน้าที่ราศีธนูเรือนสหัชชะ [ญาติ พี่ีน้อง เพื่อน] และโยคหลังที่ราศีสิงห์
เรือนลาภะ [โชคลาภ ] ...


โยคแปลว่า...ช่วยเหลือ เกื้อกูลกัน ให้ความร่วมมือ สนับสนุน...
...ตรี[สาม ] โกณ [มุม]...ตรีโกณแปลว่า ๓ มุม ตามภาษาเลขาคณิต คือ มีดาวอยู่ทั้ง ๓ มุม...
...ดูที่ลัคนามีดาว ๕  ๙ ...ดูที่ราศี ธนู [ธาตุไฟ ปลายธาตุ] มีดาว ๐ ดูที่ ราศีเมษ [ธาตุไฟ แม่ธาตุ]มีดาว ๓ ๗ ๘ ...ดูที่ราศีสิงห์ [ธาตุไฟ กลางธาตุ] มีดาว ๔ อย่างนี้เรียกว่าดาวทำมุมตรีโกณ [เกื้อกูล] ซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือกัน...หรือเรียกว่า...ร่วมธาตุเดียวกัน พวกเดียว เป็นญาติกันฯลฯ


...ดาวดอกพิกุล...หมายถึง ดาวที่โยค [ช่วยเหลือ] กันรอบดวงชาตา [ราศีจักร] ดังนี้คือ...
...เริ่มจากลัคนา มีดาว ๕ ๙ โยคหลังไปที่ ดาว ๐ และดาว ๐ โยคหลังไปที่ ดาว ๒ ส่วนดาว ๒ นั้น
ก็โยคหลังไปที่ดาว ๓ ...จากดาว ๓ โยคหลังดาว พลูโต ส่วนดาวพลูโตก็โยคหลังไปที่ดาว ๔ ส่วน
ดาว๔ ก็โยคหลังไปที่ดาว ๕ และเกตุ ครบรอบราศีจักร...


...ส่วนข้อ ๒...ที่ว่ามีดาวเสาร์ ปุตตะของดาว ศุกร์ตนุลัคน์รวมอยู่ด้วย หมายถึงอำนาจนั้นมาจากเด็กๆ
ก็ให้ดูที่ดาว ๖ ตนุลัคน์ [ เจ้าชาตา ]ไปอยู่ราศีกันย์เป็นวินาศนะลัคน์...
ให้้ตั้งลัคนาขึ้นมาใหม่ที่ราศีกันย์นั่นแหละ...นับไปที่ราศีมังกร เรือนปุตตะ [คนอ่อนวัย เด็ก ] ดังนั้น
ดาว ๗ จึงเป็นปุตตะของดาว ๖ ตนุลัคน์ [เจ้าชาตา]...
ดาว ๗ไปอยู่ราศีเมษเรือนมรณะ [เดือดร้อน วุ่นวาย] และดาว ๓ เจ้าเรือนมรณะก็เป็นเกษตร
อ่านว่า ๖ ตนุลัตน์+๗ ปุตตะ+๓มรณะ เป็นเกษตร์ไม่ไปไหน...
แปลว่า...เจ้าชาตาจะต้องเดือดร้อนอย่างสาหัสจากกลุ่มเด็กเยาวชน ที่รวมตัวกันขึ้นมาขับไล่ตนเอง
ออกจากตำแหน่งในรัฐบาล...ที่ว่ากลุ่มเพราะ ๗  [เด็ก ] กุม ๘  [การรวมตัว] ที่เรือนมรณะ [จากไป ]
...เรือนปุตตะ นอกจะแปลว่าเด็ก แล้วก็แปลว่า บุตร ด้วย ดังนั้นบุตรจึงทำร้ายตัวเจ้าชาตาด้วย...


ดาว ๕ มีความหมายถึงครูบาอาจารย์ ...ให้ดูไปที่ราศีสิงห์เรือนลาภะ [ลาภผล] โยคหลังช่วยเหลือ
อยู่...ดาว ๔ มี ๒ ตำแหน่งคือ เป็นมหาจักร [ ผู้เชี่ยวชาญ] และราชาโชค [เจราจามีศิลปะ ] ...
ดาว ๔+๕ เป็นคู่แห่งสติปัญญา...จึึงทำให้เป็นครูบาอาจารย์ ...ดาว ๕ เล็งไปที่ราศีเมษ...
เจอดาว ๓+๗+๘ [ ตำรวจ+ทหาร ]
...ท่านจึงได้เคยเป็นครูสอนวิชาแผนที่กับนักเรียนทหาร อยู่หลายปี...

ดูที่ดาว ๐ [เดินทาง]มีดาว ๒ เจ้าเรือนกัมมะ [งาน] โยคหน้าอยู่...แล้วดาว ๒ ก็ไปโยคหลังดาว ๓ ...
เจ้าเรือนปัตนิ [ บ่อยๆ] ดาว ๓ กุมดาว ๗ เจ้าเรือนพันธุ [หน้าที่] และราหูเจ้าเรือนปุตตะ [มีการเกิดขึ้น]
...แปลได้ว่า...เจ้าชาตามีหน้าที่การงานที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศอยู่เป็นประจำ บ่อยๆ ...






... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...


...อันที่จริงสามารถทำนายดวงดาวได้อีกในหลายมุมมอง ฯลฯ มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมาก
...วันนี้คิดว่าคงต้องยุติลงก่อน พบกันอีกในบทเรียน สถิติโหร ในบทความตอนต่อไปนะครับ สวัสดี...


... เขียนโดย อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ดวงชาตาคนมี...นะ...ดี


เป็นดวงชาตาของหฺญิงสาวผู้หนึ่งที่ต้องออกมาผจญภัยในโลกกว้างอย่างทรนง ทั้งๆที่ครอบครัวของ
เธอก็จัดได้ว่าเป็นผู้มีอันจะกิน...เธอเป็นคนเรียนเก่ง เป็นนักกีฬาก็เยี่ยมมีความสามารถสูง ...
ในเรื่องที่เกี่ยวกับการติดต่อวิ่งเต้น ประสานงาน ฯลฯ และมีความจำเป็นเลิศ ...
 ใครพูดอะไรไว้ แม้ว่าจะหลายปีผ่านไป...เธอก็จะจำได้หมด...
ฉนั้นงานทางด้านเอกสาร ไม่จำเป็นต้องรื้อค้นกันเลย เธอจำได้หมด...
งานด้านวิชาการ การวางแผนงานต่างๆเธอก็ทำได้เป็นอย่างดีไม่มีตกหล่น บอกให้รู้สักนิดว่า ...
 ถึงเธอจะเป็นหญิง ก็เป็นแต่เพียงกายเท่านั้น เพราะหัวใจของเธอเป็น Man เต็มอัตราศึก ...
คนที่มาพัวพันกับเธอนั้นผู้หญิงล้วนๆครับ ไม่มีผู้ชายมาเจือปนด้วยเลยละ...เธอเป็นคนเฮงจริงๆ เวลาเดือดร้อนไม่ทันได้เอ่ยปากให้ช่วย ก็มีสาวๆ ญาติๆเข้ามาช่วยอย่างรวดเร็วทันทีทันใด...แล้วนี่ถ้าเอ่ยปากด้วยละจะเป็นยังไงนี่...เมื่อหลายปีก่อนเคยเป็นคนชอบพนันขันต่ออยู่บ้าง แรกๆก็พอได้อยู่ มาตอนระยะหลังโดนซะอ่วมจนเข็ดเขี้ยว...ต่อมาก็ได้มาศึกษาวิชาโหราศาสตร์ เดี๋ยวนี้ก็เลยเข้าใจชีวิต และดวงดาว ได้มากขึ้น...ครับ...


                        ...หญิง...เกิดวันที่ ๗ ต.ค. พ.ศ. ๒๕๑๒ เวลา ๑๒.๒๑ น.จังหวัด ยะลา...






...โจทย์ที่ว่า ทำไมเธอถึงต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเองมา ? ...
ตอบว่า...ดาว ๕ เจ้าเรือนพันธุ [บ้านเกิด] มาอยู่ที่ราศีกันย์เรือนกัมมะ [ งาน ภาระ ]ได้ตำแหน่ง ประ...
[ ที่อื่น ของคนอื่น ] แล้วดาว ๕ ยังเป็นเจ้าเรือนตนุลัคน์ [เจ้าชาตา] ดูไปที่ตำแหน่งลัคนามีดาว ๓ 
เจ้าเรือน ปุตตะ [อ่อนวัย] และเป็นเจ้าเรือนวินาศ [จากถิ่น] ย้อนกลับไปดูเรือนของดาว ๓ ที่ราศีเมษ ...
ก็จะเห็นว่ามีดาว ๗ [โทษทุกข์] คุมเชิงหน้าเครียดอยู่...
...ตอนนี้เรามาอ่านดวงดาวกันว่า ดาว ๕ [ตัวเอง+บ้านเกิด]+กัมมะ [ งาน ] +กัมมะ [ ภาระกิจ ]
...ทีนี้แปลได้ว่า...เจ้าชาตาได้จากบ้านมาตั้งแต่อ่อนวัย [สาวๆ ...ที่จริงหนุ่มๆ] เพื่อมาทำงานในต่างถิ่น...
...ดาว ๓ [ อ่อนวัย+จากถิ่น] เป็นดาวลอยที่กุมลัคนาอยู่  และดาว ๗ [โทษทุกข์] ก็สถิตอยู่ที่เรือนของ
ดาว ๓ อีก เราจึงต้องนำเอา ดาว ๓+๗ มาร่วมวงแปลออกมาด้วย...
...การแปลความหมายของดวงชาตา เราต้องนำคำแปลมาเรียบเรียงผสมกัน...
...จนได้ใจความที่ชัดเจนก่อน ...



...โจทย์ที่ว่า เธอเป็นคนเรียนเก่ง ความจำดี เก่งในเรื่องงานด้านวิชาการ งานเกี่ยวกับเอกสาร วางแผนงานและเป็นนักกีฬาด้วย ?...
ตอบว่า...ดาว ๕ [เจ้าชาตา] ไปอยู่ที่ราศีกันย์เรือนกัมมะเป็นเกษตร [ มั่นคง] และเป็น อุจจ์ [เข้มแข็ง]...
...ที่เรือนกัมมะมีดาว ๔ เจ้าเรือนกัมมะ เป็นเกษตร+อุจจ์ อยู่ ดาว ๕+๔ ได้คู่วิชาความรู้...
...ที่เรือนกัมมะยังมีดาว ๑ เจ้าเรือนศุภะ [ความสำเร็จ] อยู่ด้วย ดาว ๑+๔ ได้คู่วิชาการ ดาว ๑+๕ ได้...
คู่มิตรใหญ่...ดาว ๔+๕ ได้คู่ช่วยเหลือ คู่ความจำดี...
...ทีนี้แปลได้ว่า...เจ้าชาตาเป็นคนที่มีความสามารถในงานสูง ความจำดี เก่งในเรื่องงานด้านวิชาการ...
เอกสารฯลฯ มีความสำเร็จสูง พวกพ้องให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีมานะและอดทน...
...กฏเกณฑ์โหราศาสตร์นี้...ต่อไปทุกคนควรที่จะต้องเรียนรู้เรื่อง คู่มิตร คู่ศัตรู คู่ ธาตุ คู่สมพลฯลฯ
เพื่อที่จะได้นำมาใช้ในการทำนายดวงชาตาด้วยเสมอ...



...โจทย์ที่ว่า...เธอเป็นหญิงก็แต่เพียงกาย ส่วนใจนั้นเป็นชาย มีสาวๆอยู่เคียงข้างกาย ?
ตอบว่า...ให้สังเกตุว่า ดาว ๕ [เจ้าชาตา]ไปอยู่ที่ราศีกันย์ กุมอยู่กับดาว ๑ [ชาย]
ส่วน ดาว ๒ [หญิง] นั้น...
ให้ตั้งลัคนาที่ ๒ ที่ราศีกันย์ นับ ตนุที่ราศีกันย์ ดาว ๒ ที่อยู่ราศีสิงห์จะเป็นเรือนวินาศ
[เบื้องหลัง ไม่นำพา] ทันที...แปลว่าเธอไม่ยินดีในความเป็นหญิง แต่กลับมีจิตใจเป็นชาย 100 %...
เรื่องคู่ ให้ไปดูที่ราศีกันย์ ดาว ๔ ปัตนิ [คู่] มาเป็น อุจจ์ [มาก]+ เกษตร [เสมอ] แปลว่า มีคู่มาก สับราง
กันอยู่เรื่อยๆ และ คู่เป็นเกษตร [มีฐานะ] เป็นอุจจ์ [มีหน้ามีตา] คู่ที่เข้ามาในชีวิตเธอจึงเป็นคนที่มาจากตระกูลสูง มีฐานะดี ด้วยกันทุกคน...
และพร้อมที่จะช่วยเธอเมื่อเกิดความเดือดร้อนโดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากใดๆทั้งสิ้น...


...ส่วนที่ว่าญาติคอยช่วยเหลือนั้นให้้ดูที่ ราหู ที่ราศีกุม๓เรือนสหัชชะ [ญาติ] เป็นเกษตร [ปึกแผ่น มั่นคง]
เล็งไปที่ดาว ๒ ที่อยู่ราศีสิงห์เรือน ศุภะ [ที่พึ่ง ช่วยเหลือ ]
คราวนี้เราย้อนไปดูว่าดาว ๒ มาจาก ไหน ?...
จะเห็นว่า ดาว ๒ มาจากราศีกรกฏเรือนมรณะ [เดือดร้อน มีทุกข์ ] กุมอยู่กับดาว ๖ เจ้าเรือนลาภะ...
[ความหวัง] และเจ้าเรือนอริ [ปัญหา อุปสรรค]  อยู่ที่เรือน ศุภะ [ที่พึ่ง]...ต่อจากนั้นเราก็ตามเจ้าเรือนศุภะ
ดาว ๑ ซึ่งไปอยู่ราศีกันย์เรือนกัมมะ [ภาระ] เป็นเกษตร  เราก็แปลได้ว่า...
...เมื่อเวลามีเรื่องเดือดร้อนและมีปัญหาเกิดขึ้น ญาติซึ่งมีทรัพย์ก็จะยื่นมือเข้ามาข่วยให้ผ่านพ้นภาระต่างๆ นั้นไปได้ ทีนี้ถามในเรื่องอะไรละ?...
ก็ให้ดูไปที่...ดาว ๗ เจ้าเรือนกฎุมภะ เป็นนิจ [น้อย ] ...อยู่ที่ราศีเมษเป็นเรือนปุตตะ [การเกิด ] +วินาศ
[ทุกข์ใจ ไม่สบายใจ] ตามเจ้าเรือนปุตตะคือดาว ๓ กลับไปกุมลัคนา [เจ้าชาตา] ก็แปลรวมกันต่อจากชุดแรกได้ว่า..


...เมื่อเวลาเจ้าชาตามีปัญหาเดือดร้อนไม่สบายใจในเรื่องเงินทอง ญาติมักจะเข้ามาช่วยเหลือให้ผ่านพ้นปัญหาเหล่านั้นไปได้ในทุกครั้งคราว...
...ตอนนี้มาดุกันว่าทำไมถึงชอบเล่นพนันขันต่อ ?
...ตอบว่า... ดูที่ดาว ๓ ที่กุมลัคน์อยู่นั้นเป็นเจ้าเรือน ปุตตะ [การเสี่ยงโชค] และ เป็นเจ้าเรือน...วินาศ
 [เสียหาย ] แปลว่า...เจ้าชาตาเป็นคนที่ชอบเสี่ยงโชค ท้าทาย ใจถึงอยู่บ่อยครั้ง แต่จะเสียมากกว่าได้
เพราะดาว ๓ ที่กุมลัคน์อยู่ใกล้เรือน วินาศ [เสียหาย] มากกว่าเรือนปุตตะ [ได้]

...แล้วชอบมาเรียนรู้เรื่องโหราศาสตร์เพราะอะไร?...
...ตอบว่า...เพราะดาว ๕ [เจ้าชาตา - ปัญญา] มากุมอยู่กับดาว ๐ [โหราศาสตร์ ] กุมดาว ๔ [ศึกษา] และยังมากุมดาว ๑ [ กระตือรือล้น ] ได้คู่ดังนี้...


๑. ดาว ๕+๑ ได้คู่มิตรชิดใกล้    
๒.ดาว ๕+๔ ได้คู่ช่วยเหลือเกื้อกูล
๓.ดาว ๕+๐ ได้คู่วิวัฒนาการทางปํญญา
๔.ดาว ๑+๔ ได้คู่วิชาการทางสมอง
๕.ดาว ๑+๐ ได้คู่ชีวิตที่มีการปฏิรูป

...ในวิชาโหราศาสตร์ไทยเป็นระบบดาวพระเคราะห์ ๒เรือน กล่าวคือ...
๑.ดาว ๑ เป็นเจ้าเรือนเดียว ที่ ราศีสิงห์
๒.ดาว ๒ เป็นเจ้าเรือนเดียว ที่ ราศีกรกฏ
๓.ดาว ๓ เป็นเจ้าเรือนที่ ราศี เมษและที่ ราศีพฤศจิก
๔.ดาว ๔ เป็นเจ้าเรือนที่ ราศีมิถุนและที่ ราศีกันย์
๕.ดาว ๕ เป็นเจ้าเรือนที่ ราศีธนูและที่ ราศีมีน
๖.ดาว ๖ เป็นเจ้าเรือนที่ ราศีพฤษภและที่ ราศีตุลย์
๗.ดาว ๗ เป็นเจ้าเรือนที่ ราศีมังกรและที่ ราศีกุมภ์ ร่วมกับ ๘ และ ดาว ๐
๘.ราหู [๘] เป็นเจ้าเรือนที่ ราศีกุมภ์ ร่วมกับดาว ๗ และ ๐
๙.เกตุ [๙] ท่าน อ.พลูหลวง ได้จัดให้เป็นเจ้าเรือนที่ราศี มิถุน ร่วมกับ ดาว ๔
๐.มฤตยู [๐] เป็นเจ้าเรือนที่ ราศีกุมภ์ ร่วมกับ ดาว ๗ และ ราหู [๘] ...




... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...


...หลักการที่จะทำสามารถอ่านดวงชาตาได้ ขั้นแรก ต้องจำให้ได้ว่า ดาวอะไรเป็นเจ้าของเรือน[เกษตร]
อยู่ที่ราศีอะไร เรือนอะไร ภพอะไร และทำความรู้จักกับดวงดาวต่างๆให้เ้ข้าใจก่อน...

...สุดท้ายนี้ผมขอให้ทุกคนที่คิดจะเรียนวิชาโหราศาสตร์ขอให้หมั่นฝึกฝน ทบทวน อ่านซ้ำ บทเรียน หลายๆรอบ จะเกิดประโยชน์แก่ตนเอง ส่วนเรื่องความหมายดวงดาว ภพ เรือนฯลฯ ให้ไปศึกษาได้ที่...
เว็บไซด์ ...https://sites.google.com/site/exguitarhora/

...สวัสดีครับ แล้วพบกันใหม่ ในบทความต่อไป...ครับ...

... เขียนโดย อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...










วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556

แม่หม้ายโชคดี


                                     ...จากปูมโหรท่าน อ.จำรัส ศิริ...อ่านชาตาด้วยตนเอง...

...เจ้าชาตาเป็นหญิงหม้ายสามีตาย และมีลาภใหญ่จากการพนันสลากกินแบ่ง เป็นแสนบาทในสมัยนั้น...

...หญิงเกิดวันที่ ๒๙ พ.ค.ปี ๒๔๖๑เวลาเกิด ๘.๓๐ น.




   ...ข้อ ๑.ทำไมสามีจึงตาย และเป็นหม้าย...?
 
      ก.เรือนปัตตนิ พิจารณาเรื่องสามี สำหรับหญิง ราศีนั้นจรราศี...
      ข.เสาร์เป็นเจ้าเรือนปัตตนิ เรือนหนึ่ง และเรือนมรณะเรือนหนึ่ง...
      ค.เสาร์เป็นประ  ดาวดวงนี้จึงกลับมากุมลัคนา ท่านจะพิจารณาได้ว่าหญิงนี้เป็นหม้ายแน่ ถ้าไม่ตาย
ก็ต้องหย่าร้าง เพราะอำนาจเรือน จรราศี บังคับให้ผลรวดเร็ว เจ้าเรือนมรณะจะชี้ขาดว่า ตาย และสิ่งที่แน่
ต่อไปอีก มฤตยูจะให้ความอาเพศแก่เรือนอย่างนี้ไม่มีปัญหา ในเรื่องที่โหราศาสตร์ได้ชี้กรรมเก่ามาให้
ทราบอนาคตเสียแต่แรกเห็นดวงชะตาว่า"เธอจะต้องเป็นหม้ายแน่ๆ ไม่อย่างใดก็อย่างใดอย่างหนึ่ง"


   ...ข้อ ๒.ทำไมเธอจึงมีลาภใหญ่จากการพนัน...?



      ก. อาทิตย์เป็นเจ้าเรือนกฎุมภะ พิจารณาเรื่องทรัพย์สิน อาทิตย์ไปอาศัยเรือนลาภะ แสดงถึงเจ้าชะตา
สร้างกรรมดีอันเป็นโชคทางผลรายได้ดี...

     ข.ที่เรือน กฎุมภะ นั้นอังคารเจ้าเรือนปุตตะมาอาศัยอยู่ แสดงถึงการเกี่ยวโยงทางผลรายได้ มักจะมาจากการเสี่ยง การพนันจึงอยู่ในแบบเสี่ยงอยู่ อังคารนี้จะกระตุ้นให้สะเทือนถึงเจ้าเรือนอันไปอาศัยในเรือนลาภะอยู่ โชคใหญ่ทางเสี่ยงจึงมีโอกาส คอยระยะเสริมของดวงจรถึงเข้าจุดจะแสดงออกทันที...

     ค.จุดสะเทือนแห่งเรือน ลาภะ มีอยู่สองจุดคือ ดาวพระเคราะห์ที่กุมกันนั้น เป็นคู่มิตรจะต้องเสริมเรือนนี้ให้ดีขึ้น ในแบบที่มีโชคดีอีกจุดหนึ่งคือระหว่างศุกร์ พฤหัสบดี สับเริอนกันอยู่ ท่านจะเห็นว่าดาวคู่นี้...
สับเรือนเกษตรกันอยู่ย่อมให้ผลดี...

     ฆ.ส่วนเรือนหนึ่งเป็นเรือน อริ นั้นไปอาศัยเรือน ลาภะ ผมว่าไม่ต้องอ่านก็ได้ ธรรมดาก็มีเสียบ้าง นั่นจะมาจากอุปสรรคมากศัตรู...

     ง. ราศีเมษเป็นเรือนของ กัมมะ และพุธเจ้าเรือนวินาสนะมาอาศัยอังคารครองเรือน กฎุมภะ มาพิจารณาอาชีพอีกในกระบวนความ เจ้าชะตาไม่ได้ทำงานอะไรเป็นหลัก สันนิษฐานว่างานนั้นจะมาจาก
การเก็บดอกผลเป็นประการสำคัญ เช่นให้กู้ยืมหรืองานเสี่ยงที่ต้องต่อสู้วิ่งเต้นเป็นครั้งคราว...



...ลำดับต่อไปนี้ผมจะอธิบายเสริมเกี่ยวกับดวงดาวเพื่อให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ...



...ข้อ ๑.ทำไมสามีจึงตาย และเป็นหม้ายนั้น เราก็ดูที่ดาว ๗ เจ้าเรือนปัตนิที่กุมลัคน์อยู่ ได้ตำแหน่งเป็นประ [ อ่อนแอ ไม่แข็งแรง ] แสดงว่าคู่ครองไม่แข็งแรง อายุไม่ยืน นอกจากนี้ดาว ๗ ยังเป็นเจ้าเรือนมรณะ [ตาย เจ็บป่วย ] อยู่อีกภาคหนึ่ง [โบราณเขาถือว่า ดาว ๗ เป็นเจ้าเรือนราศีกุมภ์อยู่ด้วย ] ดังนั้นดาว ๗จึงนำความหมายเรือนมรณะ [ตาย ] มาสู่ลัคนาด้วย มองอีกมุมหนึ่งก็จะเห็นดาวมฤตยู [ภัยอาเพท]
และที่สำคัญ ดาว มฤตยูก็เป็นเจ้าเรือนมรณะ [การดับสูญ ความตาย] อีกด้วยเช่นกัน
จึงเป็นอันว่า......คู่ครองจะต้องตายจากไปก่อนถึงวัยอันสมควรอย่างแน่นอน...
...ราศีกุมภ์มีดาว ๗ ๘ และดาว ๐ [มฤตยู ] เป็นเจ้าเรือนครองอยู่ด้วยกันทั้ง ๓ ดวง...



 ...ข้อ ๒.ทำไมเธอจึงมีลาภใหญ่จากการพนันนั้น...ดูที่ดาว ๓ เจ้าเรือน ปุตตะ [การเสี่ยงโชคคึกคะนอง ] มาอยู่ที่ราศีสิงห็เรือน กฎุมภะ [เงิน ทรัพย์ ] อ่านว่า ปุตตะ+กฎุมภะ แปลว่า การเสี่ยงโชคทำให้มีทรัพย์...
นี่คือการอ่านจังหวะที่หนึ่ง ต่อไปเราอ่านจังหวะที่สอง...ดาว ๑ เจ้าเรือน กฎุมภะไปอยู่ราศีพฤษภ...เรือนลาภะ [ลาภผล ]  อ่านว่า...กฎุมภะ+ลาภะ แปลว่ามีลาภทางการเงิน...ดูกันต่อไปในจังหวะที่สาม...ดาว
 ๖ เจ้าเรือนลาภะ ได้ตำแหน่งอุจจ์ [มาก ก้อนโต ]ไปอยู่ที่ราศีมีนเรือนศุภะ [ความสำเร็จ ] อ่านได้ว่า...
ลาภะ+ศุภะ แปลว่า มีความสำเร็จในลาภผล...ยังไม่พอ ในจังหวะที่สี่ ดาว ๕ ไปอยู่ที่ราศีพฤษภเรือน...
ลาภะ สลับกันไปมาระหว่างดาว ๖ และดาว ๕ นับว่าให้คุณอย่างสูง...
...อ่านรวมว่า ปุตตะ+กฎุมภะ+ลาภะ+ศุภะ+ลาภะ แปลว่า...เจ้าชาตามีความสำเร็จจากการพนันเสี่ยงโชคได้เงินก้อนโตอยู่เสมอ...


...ดาวได้อุจจ์ หมายถึง สูงส่ง มีเกียรติ มีชื่อเสียง มีหน้ามีตาได้รับความยกย่องสูง มาก ใหญ่โต ฯลฯ ...
ดาวตนุลัคน์ได้อุจจ์ หมายถึงเป็นคนมีชื่อเสียง คนนับหน้าถือตา ยกย่องมีเกียรติ สูงสง่า...
ดาวกฎุมภะได้อุจจ์ หมายถึง มีเงินมากมาย มหาศาล ระดับเจ้าสัวหรือระดับมหาเศรษฐี ...
ดาวสหัชชะได้อุจจ์ หมายถึง มีญาติเป็นคนมีฐานะ หรือมีเพื่อนเป็นคนชั้นสูง มีเกียรติในวงสังคม...
ดาวพันธุได้อุจจ์ หมายถึง มีตระกูล เผ่าพันธ์ที่สูงศักดิ์ หรือมีเกียรติในวงสังคมชั้นสูง...
ดาวปุตตะได้อุจจ์ หมายถึง จะมีบุตรมาก บุตรจะมีบุญญาธิการยิ่งใหญ่หรือ มีบริวารซึ่งทรงอิทธิพลมาก...
ดาวอริเป็นอุจจ์ หมายถึง จะเ็ป็นคนที่มีหนี้สินมาก มีปัญหาชีวิตหนักหนาสาหัส ลำบากมาก ศัตรูกล้าแข็ง
ดาวปัตนิเป็นอุจจ์ หมายถึง จะมีคู่มาก คู่ครองสูงส่ง คู่ครองเจ้ายศเจ้าอย่าง หุ้นส่วนที่ทรงพลังเปี่ยมล้น...
ดาวมรณะเป็นอุจจ์ หมายถึง จะเดินทางไกลเป็นประจำ ไปต่างประเทศบ่อย มีมรดกก้อนโต  มีโรคประจำตัวที่เรื้อรัง น่าปวดหัว...
ดาวศุภะเป็นอุจจ์ หมายถึงเป็นคนมีความสำเร็จสูง  สำหรับดวงชาย-บิดาจะเป็นคนมีเกียรติ  สำหรับดวงสตรี-มารดาจะเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์ จะมีความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่...
ดาวกัมมะเป็นอุจจ์ หมายถึง จะมีกิจการใหญ่โต  จะมีภาระที่หนักอึ้ง จะเป็นคนที่มีกรรมเ่ก่าติดตามตัวมา
ดาวลาภะเป็นอุจจ์ หมายถึง จะเป็นคนมีรายได้สูง  มีลาภผลก้อนโต  มีโชคลาภอยู่เป็นประจำ...
ดาววินาศเป็นอุจจ์ หมายถึง เป็นคนที่จะต้องจากถิ่นกำเนิดของตน  จะต้องถูกจองจำหริอกักขัง  ทำกิจกรรมใดมักล้มเหลวอยู่เสมอ...






... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...


...ทั้งหมดนี้คือความหมายของดาวเจ้าเรือนทั้งหลายได้เป็นอุจจ์...แต่อย่าลืมแม้เราจะเห็นในดวงชาตาแล้วว่าดาวนั้ันๆได้เป็นอุจจ์...เราก็ต้องมาวิเคราะห์ในจังหวะที่ ๑-๒ และ ๓ ด้วยเสมอถึงจะสามารถทาย
คำตอบออกไปได้อย่างถูกต้องและรัดกุมที่สุด...กฏเกณฑ์ในวิชาโหราศาสตร์มีอยู่มาก ต้องค่อยๆ...
พากเพียรเรียนรู้ให้เข้าใจในกฏเกณฑ์ต่างๆทีละจุด...จึงจะสามารถเรียนรู้วิชาโหราศาสตร์ที่แท้จริงได้อย่างถ่องแท้...


...แล้วพบกันในบทเรียนโหร สถิติโหราศาสตร์ กลเม็ดเคล็ด [ไม่ ] ลับ ในบทความต่อไป...
นะครับ...สวัสดี...

... เขียนโดย อ.ธนเทพ ปฏิพมพาคม ...






วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ดวงชาตาสตรีนักสู้


...เป็นดวงชาตาของหญิงที่มีความเข้มแข็ง อดทน กำพร้าพ่อตั้งแต่เยาว์วัย [พ่อหายสาบสูญไร้ร่องรอย] ญาติ...มิตรเบียดเบียน...หักหลังเป็นดวงไร้ทายาท [ไม่มีบุตร]มีคู่เป็นนักดนตรีและเป็นโหราจารย์ในเวลาเดียวกัน บากบั่นเล่าเรียน ฝึกฝนแสวงหาความรู้ต่างๆ...เช่น เสริมสวย ทำอาหาร สอนภาษาอังกฤษ ฯลฯ แล้วต่อมาในวัยกลางคน...ก็ได้เจอกับญาติ พี่น้องของบิดาอย่างไม่คาดฝัน...เคยเป็นโรค หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท...แต่ก็รักษาได้ทันท่วงทีจนปลอดภัย และเธอเป็นคนที่สามารถมองเห็นวิญญาณได้ตั้งแต่ ๕ ขวบ จนมารดาขนานนามเธอว่า"ตาหมา" [ผู้ที่สามารถติดต่อกับดวงวิญญาณได้...]

               
                            ...เกิดวันที่ ๒๔ ก.ค.๒๕๐๔ เวลาตกฟาก ๑๑.๑๐ น.ปัตตานี...
                                                             
                                                                      ...ราศีกันย์...





...เราเริ่มดูจากตนุลัคน์คือดาว ๔ ที่อยู่ราศีมิถุน ให้ตั้งราศีมิถุนเป็นลัคนาที่ ๒ จะเห็นได้ว่า ดาว ๗ ที่เล็ง
ลัคนาที่ ๒ นี้มาจากเรือนมรณะ [ตาย เก่าแก่ อดีต นานมาแล้ว] ที่ราศีมังกร...
กุมอยู่กับเกตุ [ วิญญาณ คลื่น กระแส ] ...
เราก็ตีความได้ว่า เธอเป็นคนที่สามารถมองเห็นวิญญาณในอดีตอยู่เสมอ และบ่อยครั้ง ดาว ๗+๙ สถิต อยู่ที่เรือนปัตนิ [จังๆหน้า ทันทีทันใด บ่อยๆ...] แปลว่า...เห็นอยู่บ่อยๆ...

...ทีนี้เราก็ไปดูที่ดาว ๖ สถิตอยู่ที่เรือนวินาศ [เร้นลับ มองไม่เห็น ] มีดาว ๒ [นัยน์ตา ] เล็งอยู่ที่ราศีพฤศจิก...อ่านว่า ดวงตาที่เห็นสิ่งเร้นลับ...ต่อไปดูให้ดูที่ดาว ๑ [ดวงตา ] อยู่เรือนกฤุมภะ [ได้มา ] เล็งไปที่ดาว ๕ เจ้าเรือนปัตนิ [จังๆ ทันทีทันใด ] ซึ่งดาว ๕ ก็ตรีโกณอยู่กับ ดาว ๖ อีกด้วย เมื่อเชื่อมเรื่องราวเข้าด้วยกัน ก็แปลออกมาได้ว่า...ดวงตาของเธอทั้ง ๒ ข้างสามารถมองวิญญาณต่างๆได้อยู่เสมอ...แล้ว ดาว๕ ยังเป็นเจ้าเรือนกัมมะ [ งาน การกระทำ กิจกรรม ] เน้นให้อ่านได้ว่า เรื่องราวต่างๆนี้เป็นกิจวัตร...
ที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอคือ วันไหนไม่เห็นผี...วันนั้นจะเป็นเรื่องที่เหมือนขาดอะไรๆไปสักอย่าง...


...ในเรื่องญาติ มิตรทำร้าย ให้ดูที่ลัคนาหลักคือราศีกันย์  อ่านจากดาว ๓ เจ้าเรือนสหัชชะ [ญาติ เพื่อน ]
ไปอยู่ที่ราศีสิงห์เรือนวินาศ [เดือดร้อน วุ่นวาย เหน็ดเหนื่อย ]ของลัคนา...ดาว ๑ เจ้าเรือนวินาศไปอยู่ที่
ราศีกรกฎ เรือนลาภะ [ความหวัง ความโลภ ความต้องการ ] ได้ตำแหน่งมหาจักร [พลิกผัน ร่วง ปุ๊บปั๊บ ]
ดาว ๒ เจ้าเรือนลาภะมาอยู่ที่ราศีพฤศจิกเรือนสหัชชะเป็นนิจ [อ่อน เลว ด้อย ] แล้วก็วนเวียนไปมาอยู่อย่างนี้คือ สหัชชะ+วินาศ+ลาภะ+สหัชชะ+วินาศฯลฯไม่จบสิ้น ทางโหราศาสตร์เขาเรียกว่า"มหาเกษตร"
ถ้าสลับเรือนดีก็ถือว่าสุดยอด แต่นี่ที่เห็น...สลับเรือนเสีย ตอบว่าแย่สุดๆ...ลองฝึกแปลเองตามที่บอกมา
ก็ไม่เลวนะครับ...ลองดู...สรุป ญาติ มิตร ห่วยแตก ไม่ได้เรื่องเลยละ...

...คราวนี้ในเรื่องของบิดาที่หายสาบสูญไป ไม่ต้องดูยากนักก็ได้ ดูที่ดาว ๔ ตั้งลัคนาที่ ๒ ดาว ๔ กุมลัคน์
มาจากเรือนพันธุ [พ่อ ] กุมตนุ อ่านว่า...พ่อตัวเอง ดูไปที่ดาว ๗ มาจากเรือนมรณะ [ตาย หาย สาบสูญ ]
เล็งมาที่ดาว ๔ ตนุ [ตัวเอง ] + พันธุ [พ่อ ]เป็นเกษตร [แน่ๆ ]  แล้วดาว ๕ ที่เป็นดาวลอยอยู่ที่เรือนมรณะมาจากไหนเดิมละ มาจากเรือนพันธุ [พ่อ ]ของลัคนาหลัก ก็ตรงเป้าอีก...ถ้าอยากรู้ว่าจากเมื่อไรก็ดูว่า...
เรือนมรณะลัคนาที่ ๒ เป็นเรือนอะไรเดิมของลัคนา ก็เป็นเรือนปุตตะ[เด็ก ] แสดงว่าพ่อหายสาบสูญไปตั้งแต่ยังเยาว์วัย ทีนี้เราอยากจะรู้ว่ากี่ขวบ? ก็ไปดูที่ดาว๕ ซึ่งโยคหน้าดาว ๒ ที่ราศีพฤศจิก ก็ตอบได้เลยว่า...ตอนอายุได้ ๒ ปีไงละ...ตอบว่า ถูกต้องครับ...


...แล้วที่ว่า...ทำไมถึงมีคู่ครองเป็นนักดนตรีและเป็นโหรในเวลาเดียวกันนั้น ไม่ยากครับ ให้ดูที่ดาว ๕ เจ้าเรือนปัตนิของลัคนาราศีกันย์อยู่ที่ราศีมังกร [ ดาว ๕ มีความหมายถึง ครูบาอาจารย์อยู่แล้ว ] ตรีโกณกับ
ดาว ๖ [นักดนตรี] เกษตร [แน่นอน] และมีดาว ๑ [ชายคนรัก] เล้งมาอีก เราก็ตอบได้ว่า...คู่ครองจะต้องเป็นนักดนตรีและโหรถึงจะเป็นเนื้อคู่แท้แน่นอน อย่างไม่ได้คิดมาก่อน [ ดาว ๖ เป็นเกษตรเป็นวินาศ...
[ เรื่องไม่คาดฝัน ] กับดาว ๔ ตนุลัคน์...

...ส่วนเรื่องไม่มีบุตร...ให้ตั้งลัคนาที่ ๒ ที่ราศีมิถุน ดาว ๖ ไปอยู่เรือนวินาศ [ ไร้ร่องรอย ไม่เห็น ไม่มี ]...
มาจากเรือนปุตตะ [บุตร ] อ่านว่า ปุตตะ+วินาศ แปลว่าไม่มีบุตรแน่ๆ [ดาว ๖ เป็นเกษตร ] ถ้ามองจากลัคนาราศีกันย์ ดาว ๖ เป็นเจ้าเรือนกฎุมภะ [ได้มา ] ไปอยู่เรือนศุภะ [ ปรารถนา ฝักใฝ่ ] รวมทั้ง ๒ มุม
มองแปลได้ว่า...ถึงแม้อยากจะมีลูกก็ไม่สามารถมีลูกได้เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับ รังไข่และมดลูกแน่นอน
...ดาว ๖ มีความหมายว่า รังไข่ มดลูกฯลฯ...

...เรื่องขยันยิ่งดูง่ายเข้าไปอีกคือ...ดูที่ลัคนาหลักราศีกันย์ ดาว ๔ ไปอยู่เรือนกัมมะเป็นเกษตรแปลว่า...
เป็นคนที่ขยันทำงานสุดๆ [ดาว ๔ เป็นเกษตรที่เรือนกัมมะ ] อดทนเป็นที่ หนึ่งเพราะมีดาว ๗ ...
[มัธยัสถ์อดทน อดกลั้น ] เล็งอยู่ แถมมีเกตุ [วุ่นวาย ไม่หยุด ] กุมอยุ่ด้วยอีก...
แถมเก็บเงินอยู่อีก ดาว ๖ กฎุมภะเป็นธาตุลม จรราศี [เร็ว ] ไปอยู่ราศีพฤษภธาติดิน สถิรราศี ...
[ช้า] แสดงว่าเงินเข้ามารวดเร็วแต่สามารถเก็บเงินเอาไว้ได้แน่นอน [เกษตร]...

...เรื่องสุดท้ายที่ว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้นก็เพราะว่า...ดาว ๗ ที่เป็นมรณะของตนุลัคน์
ตัวที่ ๒ นั้น หมายถึงเส้นสาย กระดูก...ส่วนดาว ๕ ที่อยู่เรือนมรณะนั้นหมายถึง กลางหลังหรือบริเวณสะโพก...ส่วนที่ต้องผ่าตัดรักษานั้นเพราะดาว ๓ [ผ่าตัด]ไปอยู่เรือนวินาศของดาว ๑ อ่านว่า ๑+๓...
[ คู่ผ่าตัด ] พอเมื่อหลายปีก่อนที่ดาว ๗ อยู่ราศีสิงห์เรือนวินาศลัคน์ จึึงมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นมาได้
ซึ่งในตอนนั้นเธออยู่ในวัย ดาว ๓ [๔๑-๕๐ ปี ] พอดี...

...หลักการที่แท้จริงของการดูดวงชาตา ต้องเอาตนุลัคน์เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเสมอ เพราะว่าลัคนาเปรียบเสมือนบ้าน ส่วนตนุลัคน์ ก็คือเจ้าของบ้าน [ตัวเรา ] ซึ่งไม่ได้อยู่บ้านทุกวันแน่นอน ต้องออกไปโน่นไปนี่อยู่เสมอ...นี่คือหลักการณ์ที่แท้จริงของวิชาโหราศาสตร์ครับ...ดูกันที่ตนุลัคน์ล้วนๆ... ซึ่งปรมาจารย์โหรหลายท่าน ก็ใช้กันมาเนิ่นานปีกันมาแล้วอาทิเช่นท่าน อ.พลูหลวง ท่าน อ. ส.ไชยนันท์ ท่าน อ.ประทีป ฯลฯ...เป็นต้น...



                                                           
                                              ... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...


...สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนที่สนใจในวิชาโหราศาสตร์ และคิดที่จะเรียนรู้วิชาโหราศาสตร์...ให้หมั่นอ่านทบทวนบทความเหล่านี้ให้เข้าใจถ่องแท้ในความเป็นมา...ลักษณะ วิธีการทำนาย ต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ...ฝึกฝนต่อไป ก็จะสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองในอนาคตข้างหน้าต่อไปครับ...


... คอยพบกับบทเรียนต่อไปครับ...สวัสดี ...

... เขียนโดย อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...

รัมมรดกมากแต่กลับเป็นหนี้


                            ...เป็นสิถิติดวงชาตาของท่าน อ.ส.ไชยนันท์...รับมรดกมากแต่กลับเป็นหนี้...

                                          ...หญิง ๒๘ เม.ย.๒๔๙๗ เวลา ๔.๔๕ น.ปทุมธานี...





... ดวงชาตานี้ราศีมีน...เป็นดวงที่น่าศึกษา...ค้นคว้า ...
... เป็นดวงที่พลิกผัน แปรเปลี่ยน คาดไม่ถึง ลองชมดู...



ลัคนาราศีมีน...



๑.ดาว ๗ในภพที่ ๘ มองอย่างผิวเผินเห็นได้ว่าดาว ๗ เป็นอุจจ์ความดีงามในเรื่องอุจจ์ก็คือ 
ได้รับมรดกตกทอดมาจากผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อย บ้านก็ได้ ที่ดินก็ได้ เงินก็ได้...
...ดาว ๗ ในด้านเสียจากภพที่ ๘ หมายถึงมรดก ดาว ๗ หมายถึงโทษทุกข์ และความเดือดร้อน ในเมื่อดาว ๗ มาอยู่ในภพที่ ๘ ก็หมายถึงว่า จะเดือดร้อนเมื่อได้รับมรดกแล้ว มรดกจะหมดสิ้นไปในภายหลัง...

๒.ดาว ๑ เจ้าเรือนอริไปอยู่ภพกฎมภะ หมายถึงการเงินนั้นเป็นศัตรู มีมากหมดมาก...

๓. [เกตุ] ๙ในเรือนที่ ๘ จะได้รับความยุ่งยากเรื่องทรัพย์สินที่ได้มรดกมา คู่ครองก่อหนี้สินรุงรัง ตัวเองต้องตามใช้หนี้แทนเขา...

๔.ดาวเนปจูนในเรือนที่ ๘ มรดกจะต้องแบ่ง ถูกเฉือน ถูกโกงเสียไปเปล่าๆถ้าปล่อยให้คนอื่นจัดการ ...
จะเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ทรัพย์สินจะต้องวิบัติ...
เนปจูนในเรือนที่ ๘ ให้โทษมากในเรื่องทรัพย์สินเงินทอง เพราะเรือนที่ ๘ หมายถึง การเงินของสามี...
เนปจูนในเรือนที่ ๘ จึงหมายถึงสามีรีดเงินไปจนหมด สามีทำให้เดือดร้อนเรื่องการเงิน สามีเอาเงินไป
ลงทุนแล้วไม่ได้เงิน...

๕.ดาว ๕ +๒+๗ ตรีโกณกัน เจ้าชาตาซื้อที่ดินแล้วจัดสรรขาย...
ดาว ๒ เป็นวินาศ ดาว ๗ เป็นมรณะ ที่ดินจึงขายไม่ได้...มรดกก็หมดกลับเป็นหนี้เขา...



...ต่อจากนี้ผมจะกล่าวเสริมคำอธิบายดวงชาตาให้เข้าใจได้มากขึ้น...


๑....ดาว ๗ เป็นเจ้าเรือนลาภะ [ความหวัง ความสำเร็จ]ไปอยู่เรือนมรณะ เป็นเรือนของดาว ๖
ซึ่งเป็น...คู่ศัตรู ตามตำราที่ว่า...

      อาทิตย์ผิดอังคาร... แปลว่า...คนวันอาทิตย์ไม่ถูกกับคนวันอังคาร
      พุธอันธพาล วิวาทราหู... แปลว่า...คนวันพุธกลางวันนั้นชอบหาเรื่องกับคนวันพุธกลางคืน
      ศุกร์กับเสาร์เป็นเสี้ยนศัตรู... แปลว่า...คนวันศุกร์มักเป็นศัตรูกับคนวันเสาร์
      จันทร์กับครูเป็นอริแก่กัน... แปลว่า...คนวันจันทร์ไม่ชอบขี้หน้าคนวันพฤหัส


...ในเมื่อดาว ๗ เป็นเจ้าการเรื่องความหวังไปอยู่เรือนมรณะ มีราหูเจ้าเรือนวินาศโยคหน้า มีดาว ๑ เจ้าเรือน อริ เล็งแถมยังแฝงเรือนเกษตร ของดาว ๖ เจ้าเรือนมรณะ ...แบบนี้ที่หวังๆอะไรไว้เป็นต้องมลายสิ้น
สกุลไทยแน่ๆ...แล้วเรื่องล้มเหลวต่างๆนี้มาจากใคร ก็ดูไปที่ ดาว ๔ ปัตนิ [คู่ครอง] อยู่เรือนดาว ๓ ซึ่งกุม
กับราหูอยู่ เป็นคู่สมพล [มีพลัง แต่ไปในทางร้ายนะครับ] แถมดาว ๗ ส่งกำลัง ๓ ไปที่ ดาว ๓ และราหู...
...ก็แปลความออกมาได้ว่า การเงินการทองที่ลงทุนไปทั้งหมดนี้ จะเกิดความวิบัติและล้มเหลวจากคู่ของตนเอง นั่นแหละ...ถ้ายังไม่ชัด ตั้งเรือนปัตนิให้เป็นตนุ [ดูเรื่องราวของคู่]ราศีมิถุนก็เป็นเรือนกัมมะของปัตนิ เป็นดาว ๔ ซึ่งก็ไปอยู่ราศีเมษเรือนมรณะของปัตนิ [ซึ่งปัจจบันตั้งเป็นตนุอยู่] อ่านได้ว่า ตนุ+กัมมะ+มรณะ แปลว่างานที่ตัวทำาลงไปจะล้มเหลว ทีนี้เราก็มาดูว่า ดาว๔ อยู่เรือนกฎุมภะของลัคนา...นั่นก็แปลว่า เงินเมียตัวเองนั่นแหละ...[ค่อยๆอ่านตามช้าๆครับ จะเข้าใจได้ในที่สุด] ...



๒.ก็แปลง่ายๆว่าการเงินต้องมีปัญหา อุปสรรคและขัดข้องอย่างแน่ชัด แถมไปกุมดาว ๔ ปัตนิยิ่งบอกชัดแจ้งเข้าไปอีกว่า คู่ของตนเองทำความเดือร้อนให้...ทั้งๆที่ดาว ๑+๔ เขาเรียกกันว่าคู่วิชาการแต่ตอบว่า...
เทคนิคผิดพลาดเกิดการล้มเหลว และเดือดร้อนครับ...แล้วลองมองไปมี่เรือนลาภะ มีดาว ๒ และราหูบีบหน้า-หลังเรือนลาภะของดาว ๗ อยู่แนบแน่น...๒+๘ เขาเรียกว่า...คู่หนี้สิน...ครับ...


๓.นิสัยของเกตุ [๙] คือชอบปั่นป่วน วุ่นวายอยู่แล้ว ถ้าดวงดาวต่างๆเขาทำมุมดีให้คุณดวงชาตาอยู่ ก็จะเข้าไปร่มด้วยช่วยกันให้เร็วขึ้น...แต่หากดวงดาวกำลังทำมุมร้ายอยู่ ก็จะเข้าไปทำให้เรื่องมันเลวร้ายหนักเข้าไปอีก...เพราะเกตุมีฉายาว่า...นก ๒ หัวนั่นเอง เกตุในดวงชาตากุมดาว ๗ อยู่เพราะฉะนั้น ดาว ๗โดนอย่างไร เกตุก็จะเข้าไปช่วยเร่งรัดเรื่องราวให้รันทดเข้าไปอีก...



๔.อันที่จริงดาวเนปจูนเป็นของสากลเขาแต่เมื่อเอามาร่วมวงด้วยคำแปลต่างๆก็จะเกิดความชัดเจนขึ้นมาอีก...ก่อนอื่นเราต้องมาเข้าใจก่อนว่า การเงินของสามีมาจากไหน?...
...ให้ตั้งเรือนปัตนิเป็นตนุเพื่อดูเรื่องราวของคู่ เรือนมรณะจากลัคนาก็จะเป็นเรือนกฎุมภะของ ปัตนิทันที...
ดาวเนปจูนมีความหมายว่า หลอกลวง ผันแปร ผิดหวัง ฯลฯ ดังนั้นเมื่อมาอยู่เรือนที่ ๘ ของลัคนาและเป็นเรือนที่๒ จากปัตนิ =มรณะ ลัคนา+กฎุมภะ จากปัตนิ ก็แปลเข้าเป้าที่ว่า คู่ทำให้เดือดร้อนเรื่องการเงิน...


๕.ดาว ๕ ถูกดาวมฤตยู เจ้าเรือนวินาศอีกตัวหนึ่ง[เป็นเกษตรที่ราศีกุมภ์ตาม อ.พลูหลวง] ดาว๒ ก็ไปอยู่เรือนวินาศลัคน์เข้าไปอีกแถมอยู่เรือนดาวมฤตยู...แล้วไปตรโกณกับดาว ๗ และเกตุ ก็เลยพาลแย่ไปด้วยช่วยอะไรลัคนาไม่ได้เลย...กรรม...






... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...


...วิธีการทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้ ให้ทุกคนลองค่อยๆ ไปทบทวนดูอีกหลายๆครั้ง ก็จะเริ่มเข้าใจในเรื่องโหราศาสตร์ได้ดีขึ้น ... [ยกเว้นผู้ที่รู้แล้ว] ... สวัสดีพบกันในบทความครั้งต่อไป ...ครับ ...


... เขียนโดย อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...