วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2558

ดวงวาสนา






... ดวงวาสนา ...




... ดวงวาสนาเป็นดวงมาตรฐานที่อำนวยโชควาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองและ


ประสบความสำเร็จสมหวัง สามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงแข็งแรง ไม่ตกต่ำล่มจม


 “ดวงวาสนาเป็น ดวงแข็ง” ในที่นี้ความหมายจริงๆแล้ว


ไม่ใช่แข็งกระด้าง แต่แข็งกล้าและไม่อ่อนแอ เป็นดวงที่แสดงสมรรถภาพ


และประสิทธิภาพสูงเด่นมีความสามารถพิเศษ ... 


... แต่ก็ต้องมีข้อแม้ว่า ...


... ดาวที่ได้เป็นดางวาสนานั้นต้องไม่เป็นเจ้าเรือนภพ อริ มรณะ วินาสน์


และอยู่ในภพที่ดีและสัมพันธ์กับตนุลัคน์และลัคนาแค่ไหนอีกด้วย ...


... ดวงวาสนาเป็นดวงท่าน อ.โหรในอดีตและในปัจจุบันได้จัดเรียงจาก


ตำแหน่งมาตราฐานของดวงดาว และความเป็นจริงที่เหมาะสมที่สุด ...


  
                             ... ต่อไปเป็นคำพยากรณ์ดังนี้ ... 




... พยากรณ์ดาววาสนา ...




อาทิตย์ สถิต พิจิก ท่านว่า สามารถปกครองบังคับบัญชากล้าหาญ

จันทร์เพ็ญในราศีพฤษภและกรกฎ ท่านว่า สามารถในเศรษฐกิจ การเงิน 

การบ้านเมือง ...


อังคาร สถิต สิงห์ ท่านว่า สามารถบริหาร เป็นผู้นำ ชนะอุปสรรค


พุธ สถิต กรกฎและมกร ท่านว่า สามารถในการพูด การเขียน การทูต

พฤหัสบดี สถิต เมษ,พฤษภและตุล ท่านว่า สามารถทางธรรม ปรัชญา 

ร่ำรวยมาก ...


ศุกร์ สถิต ธนู ท่านว่า สามารถวางแผนการไกล ดีเด่นการต่างประเทศ


เสาร์ สถิต ท่านว่า มิถุนและกันย์ สามารถประสานงานติดต่อสร้างสรรค์


มฤตยู สถิต กุมภ์ ท่านว่า สามารถประดิษฐ์คิดค้น เป็นผู้เชี่ยวชาญ


เนปจูน สถิต มีน ท่านว่า สามารถทางศิลปะการแสดง การสงเคราะห์



สำหรับราหูและเกตุไม่ใช่ดวงดาวที่มีรูปร่างลักษณะให้เห็นได้ ดังนั้นจึงไม่ได้นำมา

เข้าเกณฑ์ในราศีใดๆ ของดวงวาสนา หรือไม่มีโอกาสเป็นดวงวาสนา ส่วนพลูโต

เป็นดาวที่เพิ่งพบใหม่ และกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาค้นคว้ากันอยู่ ถ้าจะจัด

เข้าเป็นดวงวาสนาก็คงจะต้องกำหนดไว้ที่ราศีพิจิก ซึ่งพลูโตเป็นทั้งเกษตรและอุจ

 ยิ่งกว่านั้นถ้ามีองศา ๑๕ ด้วย ก็จะยิ่งทวีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเป็น

วรโคตมนวางค์อีกด้วย ...


       







... เรามาเริ่มถอดรหัสจากดาว ๕ ที่ราศีเมษเป็นอันดับแรก ...

... ดาว ๕ สถิตอยู่ที่ราศีเมษมีตำแหน่งเป็นราชาโชค...


... หมายถึง เป็นผู้มีวาสนา มีผู้อุปถัมภ์ค้ำจุน มีโอกาสดีๆในชีวิตสูง ประสบ

ความสำเร็จ ... ดาว ๕ อยู่ที่ราศีเมษซึ่งเป็นเรือนเกษตร [ เจ้าของ ] 

ของดาว ๓  = ดาว ๕ + ดาว ๓ ได้คู่สมพล ... 

... หมายถึง มีพลังงานของชีวิตและมี กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ ...


... ดาว ๓ หมายถึง กิจกรรม การกระทำ ความกระตือรือล้น 


... ดาว ๕ หมายถึง ความก้าวหน้าในชีวิต ความรุ่งเรืองในอนาคต


... รวมกันแปลได้ว่า ...


... ชีวิตที่รุ่งเรืองและประสบกับความสำเร็จที่ก้าวหน้าในอนาคต 


... ถ้านับจากราศีธนู ที่มีดาว ๕ เป็นเกษตร [ เจ้าของ ] ...


... ตั้งเป็นลัคนา ดาว ๕ ที่อยู่ราศีเมษก็จะเป็นภพปุตตะ ...  



 [ ความน่ายินดี การเอาใจใส่ สิ่งที่น่าเบิกบาน ]


... นับได้ว่าดาว ๕ ตำแหน่งราชาโชคนี้ดีเด่นขึ้นไปอีกจุดหนึ่ง ...



... ถ้านับจากราศีมีน ที่มีดาว ๕ เป็นเกษตร [ เจ้าของ ] ...


... ตั้งเป็นลัคนา ดาว ๕ ที่อยู่ที่ราศีเมษ ก็จะเป็นภพกฎุมภะ


 [ ทรัพย์  การเจรจา  การได้มา ]


...จึงจัดได้ว่า ดาว ๕ ในตำแหน่งราชาโชคนี้ดีขึ้นมาอีกจุดหนึ่ง ...


... แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ราศีมีนเป็นภพวินาสน์ [ไม่คาดฝัน  ล้มเหลว  ซ่อนเร้น ] 

ของลัคนาโลกอีกด้วย ดังนั้นก็ถือได้ว่ายังมีส่วนเสียหายอยู่ด้วยอีก ๑ จุด 

... และถ้าจะให้ดีเลิศ  ก็ต้องไม่เป็นภพ อริ  มรณะ  วินาสน์ ในพื้นดวงชาตาของทั้ง 

๑๒ ราศี ในทุกคน ...จึงจะสมบูรณ์และ สมจริงตามตำแหน่งราชาโขค ... 

และเหมาะสม กับที่อยู่ในกลุ่ม " ดาววาสนา" ...




... ดาว ๕ สถิตอยู่ที่ราศีพฤษภมีตำแหน่งเป็นจุลจักร ...


... ตำแหน่งจุลจักรหมายถึง ...เชื่องช้า  อืดอาด ไม่มีเสน่ห์  อ่อนน้อมถ่อมตน

... ดาว ๕ อยุ่ที่ราศีพฤษภซึ่งเป็นเรือนเกษตร [ เจ้าของ ] ...



ของดาว ๖ = ดาว ๕ + ดาว ๖


 ได้คู่ช่วยเหลือ ... หมายถึง มีความสำเร็จในเรื่องการแสวงหาทรัพย์

... แปลจากความหมายของจุลจักร ได้ว่า การนอบน้อมถ่อมตนทำให้ผู้คนรัก


และมีคนช่วยเหลือ ...

... ดาว ๕ [ ผล ] ความสามารถ   อนาคตข้างหน้า  ความสำเร็จ


... ดาว ๖  ทรัพย์สมบัติ  การได้มา  การแสวงหา 


... รวมกันแปลได้ว่า ผู้ที่จะอุดมไปด้วยทรัพย์สินเงินทองในกาลข้างหน้า 




... ถ้านับจากราศีมีน ทีมีดาว ๕ เป็นเกษตร [ เจ้าของ ] ...


... ตั้งเป็นลัคนา ดาว ๕ ที่อยู่ราศีพฤษภก็จะเป็นภพสหัชชะ 


[ การติดต่อ สังคม  พี่น้อง ]

... นับได้ว่าดาว ๕ + ดาว ๖ นี้ดีเด่นในเรื่อง จะมีคนรักใคร่ห่วงใย และเอาใจใส่


เป็นอย่างดี...และที่ราศีพฤษภยังเป็นภพ กฎุมภะ [ ทรัพย์ เจรจา ]

 ของลัคนาโลก...

... เมื่อรวมความหมายต่างๆเข้าด้วยกัน ก็จัดว่าตำแหน่งดาว ๕ อยู่ที่ราศีพฤษภนี้


 ก็ยังให้คุณอยู่มาก...และต้องไม่ลืมว่า ต้องไม่เป็น ภพอริ  ภพมรณะและ

ภพ วินาสน์ด้วย...จึงจะให้คุณจริง ...




... ดาว ๕ อยู่ที่ราศีตุลย์มีตำแหน่งเป็นเทวีโชค ...

... ตำแหน่งเทวีโชคหมายถึง ... มีเสน่ห์ในการดึงดูด เป็นที่นิยมแต่จะด้อยกว่า

ดวงราชาโชคอยู่เล็กน้อย ...

... ยังมีความหมายอื่นอีกว่า ...ได้ดีเพราะคู่  มีผู้อุปถัมภ์ค้ำจุน มีความอ่อนหวาน

... ตัวอย่างเช่น คนที่ด้อยตระกูล หรือตกต่ำ กลับได้แต่งงานกับคู่ผู้สูงศักดิ์ 

อย่างเหลือเชื่อ ...

... ดาว ๕ อยู่ที่ราศีตุลย์ซึ่งเป็นเกษตร [เจ้าของ ] ของดาว ๖ = ดาว ๕ + ดาว ๖ 

ได้คู่เกื้อกูล ...

... หมายถึง คนรักผู้สูงศักดิ์  อนาคตที่สดใส  การส่งเสริมจากคู่ครอง ...

... แปลว่า เป็นคนที่ี...แม้ชาติกำเนิดจะต่ำต้อยแต่ก็จะได้คู่ที่มีฐานะสูงส่ง ...


... ถ้านับไปที่ราศีธนู ที่มีดาว ๕ เป็นเกษตร [เจ้าของ ]

... ตั้งให้เป็นลัคนา ดาว ๕ ที่ราศีตุลย์ ก็จะเป็นภพลาภะ [ โชค ลาภผล ความหวัง ]

... นับได้ว่า ดาว ๕ + ดาว ๖ จะดีเด่นเรื่อง คู่ครอง ๕+๑=๙ [เทวดา ] เทพอุ้มสม...

... และที่ราศีตุลย์ยังเป็นภพ ปัตนิ [ คู่ครอง ] ของลัคนาโลก ...

... แปลว่า จะได้ดีเพราะมีคู่อุปถัมภ์ค้ำจุนช่วยเหลือ ...

... และก็ต้องไม่เป็นภพ อริ มรณะ วินาสน์ กับลัคนา ถึงจะให้คุณอย่างแท้จริง ...








... คราวนี้เรามาดูกันที่ดาว ๖ ตกลงได้ตำแหน่ง มหาจักร ...


... หมายถึงความผาดโผน พลิกแพลง  ผิดคาด การก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ 



รุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ...



... ๖ เป็นมหาจักรให้คุณทาง ทำให้มีฐานะดี ร่ำรวย มีคุณธรรมสูง ...



... ๖ อยู่เรือน ๕ = ได้คู่เกื้อกูล, เงินย่อย เงินใหญ่ ...



... ที่ตำราว่า สามารถวางแผนการไกล ดีเด่นการต่างประเทศ



... ก็เพราะว่า ๖ อยู่ราศีธนูภพศุภะของลัคนาโลกนั่นเอง ...





... ส่วนดาว ๑ อยู่ราศีพฤศจิก เรือน ดาว ๓ = ๑ + ๓ ...


ได้คู่ทะเยอทะยาน ฟันฝ่าจนได้ดีมีเกียรติ์ ๑ = ยศศักดิ์ ๓ = ทหาร,ตำรวจ



หมายถึงนายพล ... บุรุษที่เข้มแข็ง ...



... จึงเป็นตามตำราว่า ... สามารถปกครองบังคับบัญชากล้าหาญ




... ดาว ๓ อยู่ราศีสิงห์ เรือนดาว ๑ = ๓ + ๑ ...



เหมือนกันกับ ๑ + ๓ แต่เน้นที่ว่า ความขยันขันแข็ง ไม่ย่อท้อ



ทำให้ได้เป็นบุคคลที่สำคัญต่อบ้านเมืองในที่สุด ...



... ตามตำราท่านว่า ... สามารถบริหาร เป็นผู้นำ ชนะอุปสรรค




... ดาว ๔ อยู่ราศีกรกฏ เรือนดาว ๒ = ๔ + ๒ ...



ได้คู่มิตร สนิทชิดเชื้อ ...



... ดาว ๔ อยู่ราศีมังกร เรือนดาว ๗ ได้คู่สมพล


๔ หมายถึง พูด ขีดเขียน ส่งเสียง เจรจา 



๗ หมายถึง ทางไกล ต่างประเทศ ถนนหนทา


... ตำราจึงกล่าวว่า มีความสามารถในการพูด การเขียน การทูต ฯ 



... ดาว ๗ อยู่ราศีกันย์ได้ตำแหน่ง อุจจาวิลาศ


ให้คุณในทางมีความขยัน หมั่นเพียร รู้จักเก็บออมทรัพย์สิน 


จะดีเด่นและมั่งคั่งในบั้นปลายของชีวิต ...


... อยู่เรือนดาว ๔ ได้คู่สมพล ...


         ... ดาว ๔ ที่ราศีกันย์เป็นภพอริ [ ขยัน, บากบั่น ] ของลัคนาโลก


... ดาว ๗ เป็นเจ้าเรือนภพกัมมะ [ ภาระ, หน้าที่, กิจกรรม ] 


         ... ของลัคนาโลก ดังนั้น ๗ + ๔ = มีมานะอดทนในหน้าที่การงาน 





... ดาว ๗ อยู่ราศีมิถุนไม่มีตำแหน่ง แต่อยู่เรือนดาว ๔


ได้คู่สมพล - มีพลังอีก ๗ + ๔ เช่นกัน ...



... ดาว ๐ อยู่กุมเป็นเกษตร ... เป็นเรื่องดีเยี่ยม ...


... มักจะเป็นนักปฏิวัติ ปฏิรูป ค้นคว้า นักโหราศาสตร์


... แตกฉานในวิชาเฉพาะตัว


... ตำราท่านจึงว่า สามารถประดิษฐ์คิดค้น เป็นผู้เชี่ยวชาญ ...



... เนปจูนที่ราศีมีนเป็นเกษตรเช่นกัน ...


... มักจะพัวพันอยู่ในสังคม วงการศิลปินต่างๆ มีความลึกซึ้ง


ในวิชาแขนงต่างๆ ...


...  ตำราท่านจึงว่า มีความสามารถทางศิลปะการแสดง การสงเคราะห์ ...


... ส่วน ๒ อยู่พฤษภ เป็นอุจจ์ ๒ อยู่กรกฏเป็นเกษตร 


... ตำราท่านว่า สามารถในเศรษฐกิจ การเงิน 


... การบ้านการเมือง ... [ ไม่ได้ลงดาว ๒ ไว้ ] ...











... เรื่อง " ดาววาสนา " นี้ลองค้นคว้ากันดูให้ละเอียดขึ้นนะครับ ...


... สวัสดี ...


... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...

วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2558

ดวงชาตาหลวงวิจิตรวาทการ






... เกิดวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๔๑ เวลา ๔ น.เศษ ...

... วัน ๕ แรม ๙ ค่ำเดือน ๙ ปีจอ ...

... คำวิจารณ์ของท่าน อ. พลูหลวง ...


... โยคเกณฑ์ ...

๑. ดาวเจ้าเรือนลัคนา คือ จันทร์เป็นมหาอุจจ์อยู่ในเรือนลาภะต่อลัคนา ...

๒. ลัคนากุมอาทิตย์อยู่ในกลุ่มดาวที่เรียงรายติดต่อกัน ๘ ราศี เป็นดวงพระจันทร์ครึ่งซีก

๓. มีดาวพระเคราะห์ ศุกร์กับพฤหัสบดีโยคหน้า และดาวจันทร์มหาอุจจ์ อังคารกับพลูโต

โยคหลัง ...


... วิจารณ์ ...


๑. ลัคนาอยู่ในเรือนมหาอุจจ์ โดยมีจันทร์ตนุลัคน์ไปอยู่ภพลาภะต่อลัคนา เจ้าชาตาจึงมี

วาสนาสูงเด่น สามารถสร้างตัวเองจากบุคคลสามัญธรรมดาขึ้นมามีอำนาจวาสนาสูงได้

บรรดาศักดิ์ และเป็นอธิบดี รัฐมนตรี และยังมีวาสนารุ่งโรจน์ทุกยุคไม่ตกต่ำ ...


๒. ดาวพลูโตกัมมะกุมจันทร์ งานส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องและแวดล้อมด้วยผู้หญิง ดาวศุกร์

ศิลปตรีโกณถึงดาวพลูโตกัมมะ  และถึงดาวจันทร์ตนุลัคน์ และดาวพฤหัสบดีหมายถึงการ

ศึกษาก็ตรีโกณถึง กัมมะกับตนุลัคน์ด้วย เขาจึงได้เข้าทำงานเป็นอธิบดีกรมศิลปากร ...

แวดล้อมด้วยเหล่าละครรำและศิลปการดนตรี ... 


๓. อาทิตย์กุมลัคนาเป็นคนถือตัว เจ้ายศ และวางท่าให้เด่น และชอบทำงานอันเด่นมี ...

ชื่อเสียงตลอดเวลา ...


๔. ดาวพุธ อันเป็นดาวการประพันธ์นำหน้าลัคนา ทำให้เขาชอบหนังสือ และแต่งหนังสือ

ไว้มาก เป็นนักอ่านหนังสือตัวยง ...


๕. ดาวพลูโตอันเป็นดาวเร้นลับ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณคดีและ จิตศาสตร์กุมดาว

จันทร์ตนุลัคน์ ทำให้ท่านสนใจในเรื่องเร้นลับ และเป็นนักประวัติศาสตร์ ชอบค้นคว้า ... 

เรื่องจิต ...


๖. ดาวอังคารโทสะจริตกุมดาวจันทร์ตนุลัคน์ ทำให้เป็นคนมีโทสะรุนแรง และดาวอังคาร

โบราณยกย่องว่าเป็นดาวกล้าแข็งขยัน เมื่อกุมดาวจันทร์ตนุลัคน์ ทำให้ท่านเป็นคนขยัน

ทำงานไว้มาก และมีอัจฉริยะหลายด้าน กล่าวคือเป็นนักการทูต, นักประวัติศาสตร์ ...

นักเขียน , นักดนตรี , นักเขียนบทละคร ฯลฯ ...


... วิจารณ์โดย ท่าน อ. พลูหลวง ...







... วิจารณ์เสริมโดย อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...


... วิจารณ์แบบไม่มีดาวพลูโตและเนปจูน ...


... จากดาว ๒ อุจจ์ ตนุลัคน์ ไปอยู่เรือนที่ ๑๑ ได้ตำแหน่งปทุมเกณฑ์ ...




 อนึ่งจันทร์สิบเอ็ดแท้       แก่ลัคน์   
   
พฤหัสสี่ทรงศักดิ์             แช่มช้อย
  
        ศุกร์สามดั่งนี้จัก              เจริญยิ่งยศแฮ
   
          หากว่าชาติต่ำต้อย         ยกให้เสมอพงศ์






... โบราณเขาถือว่าถ้าดาวตนุลัคน์ได้ปทุมเกณฑ์ ตอบว่าบริสุทธิ์ อย่างแท้จริง แถมยังอยู่

ภพลาภะอีก ทำให้ได้รับคุณประโยชน์ ๓ เรื่อง คือ ...


๑. ดาว ๒ ตนุลัคน์เป็นอุจจ์  หมายความเ้จ้าชาตาจะเป็นคนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ มีคนนับ

หน้าถือตา ในสังคม ...


๒. ดาว ๒ มีตำแหน่งได้ปทุมเกณฑ์ ดังนั้นเจ้าชาตาจึงสามารถสร้างตนเองจากบุคคล ...

ธรรมดาขึ้นมามีอำนาจวาสนาสูงได้ ...

๓. ดาว ๒ อยู่ภพลาภะ จึงทำให้เจ้าชาตาประสบความสำเร็จในงานได้โดยตลอดทุกยุค ...

ไม่ตกต่ำ ...


... และดาว ๒ ยังกุมดาว ๓ เจ้าเรือนภพกัมมะ [ งาน ] + ปุตตะ [ บ่อยครั้ง, เรื่อยๆ ] ...

...  ๒ จิตใจ + ๓ ขยันขันแข็ง ... ทำให้ท่านมีความสำเร็จในงานต่างๆของท่าน ได้อยู่ ...

บ่อยครั้ง เสมอมา เรื่อยๆ ...



... ๓ งาน กุม ๒ สตรี อุจจ์ มาก = งานของท่านมักพัวพันกับสตรีซะเป็นส่วนมาก ...

... เรื่องทรัพย์สินเงินทองไม่ต้องกลัว ดาว ๑ ทรัพย์, เงิน กุมลัคน์ แปลตรงๆว่า ...

... หน้าเงิน ...ไม่ใช่ เงินกลบหน้า ...เอก็ยังไม่ใช่ ...อ้อ ... เงินทอง ทรัพย์สินเข้ามาหาสู่ตน

แบบนี้ถึงฟังได้นะครับ ... 



... ธรรมดาเมื่อเห็นดาว กฎุมภะกุมลัคน์ ใครก็ตามคราใด ผมมักแปลออกไปตรงๆว่า ...

... ดวงชาตานี้หน้าเงิน , งกเงิน, เงินกลบหน้า , ขยันหาเงิน , ชอบแต่เงิน ฯ ซึ่งบรรดา

ลูกศิษย์ของผมจะพูดกันว่า ... อาจารย์แปลชัดและแรงไปหรือเปล่าค่ะนี่ ...

... ผมก็ได้แต่นั่งอมยิ้ม แต่ก็ตอบไปว่า " คนเราไม่ค่อยชอบฟังเรื่องจริงกันน๊อ " 



... เมื่อดาว ๑ เงินไปอยู่กุมลัคน์ ดาว ๒ ไปอยู่ภพลาภะ ความสำเร็จ, ชัยชนะ กุม ๓ กัมมะ

ดาว ๓ กำลัง 8 ไที่ราหู เจ้าเรือนภพมรณะ เก่าแก่, โบราณ ซึ่งอยู่ที่ราศีธนูภพอริ ขยัน ...

บากบั่น,อดทน และเชื่อมโยงไปที่ราศีมีนภพศุภะ ความสำเร็จ, ชื่อเสียง,ศาสนา ...



ดาว ๕ เจ้าเรือนอริ +ศุภะ ไปอยู่ราศีกันย์ มีตำแหน่งประ ประจำ บ่อยๆ เสมอมา เรื่อยๆ ...

กุมกับดาว ๖ พันธุ หน้าที่, ตำแหน่ง + ลาภะ รายได้, ลาภผล,ชัยชนะ ...

... ดาว ๔ เจ้าเรือนก็วิ่งไปอยู่ราศีสิงห์ภพกฎุมภะ เงิน , คำพูด ดาว ๑ เจ้าเรือนก็ไปกุมลัคน์

ได้ตำแหน่ง มหาจักร พลิกผัน, ผาดโผน ...


... แล้วดาว ๒ ตนุลัคน์ก็วิ่งไปราศีพฤษภภพลาภะ ตามที่กล่าวมาตั้งแต่แรก ...

... ลองฝึก แปลโครงสร้างของดวงชาตากันดูบ้างครับ ...


... แปลรวมออกมาว่า ... ท่านเป็นคนที่มีความมานะ บากบั่น อดทน ขยันขันแข็งในการงาน

โดยไม่ย่อท้อ จนสามารถสร้างตนเองจากบุคคลธรรมดามาเป็นบุคคลสำคัญของชาติขึ้นมา

ได้ในที่สุด ในทุกยุคตลอดชีวิตของท่าน ...


...  ๔ เป็นศูนย์พาหะ อยู่เรือน ๑ กฎูมภะ [ เอาใจใส่ ] กุมลัคน์  =  นักเขียน ...

...  ๘ มรณะ เรื่องเก่าในอดีต ตรีโกณกับดาว ๔ สหัชชะ การศึกษา +   วินาสน์ ต่างถิ่น มี 

๙ เมืองนอก และ ๐ ต่างถิ่นต่างแดน โยคหลัง อยู่ทีราศีตุลย์ภพที่เกี่ยวกับอดีต ... 

 =  นักประวัติศาสตร์ ...

... ๔ มี ๕ ศุภะ ต่างประเทศเป็นศูนย์พาหะมี ๙ เมืองนอก และ ๐ ต่างถิ่น โยคหน้า

= นักการทูต ...

... ๒ ตนุลัคน์อยู่เรือน ๖ ศิลปิน , ดนตรี,บันเทิง  = นักดนตรี ...

... ๖ ละครอยู่เรือน ๔ เขียน เป็นคู่ธาตุ = นักเขียนบทละคร ...

... ๗ ปัตนิ [ ประชาชน ] เป็นราชาโชค = ปวงชนยกย่องชื่นชมความสามารถ ...










... เรื่องราศีที่เกี่ยวกับ อดีต, ปัจจุบัน, อนาคต จะมีกล่าวในบทความต่อๆไป วันนี้ขอกล่าว

คำว่า " สวัสดี " ครับ ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...











วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

กลไกโหราศาสตร์





... แสงในดวงจักรวาฬ ... 

โดย ท่าน อ.ดำริห์ ไตรรัตน์ ...



... เป็นภาพที่แสดงถึงแสงในดวงจักรวาฬ ที่เป็นเกษตร ๒ เรือน คือ ...

... จากราศีมิถุน ดาว ๔ แสงส่งไปถึงราศีกันย์เรือนดาว ๔ เช่นกัน ...

... จากราศีพฤษภ ดาว ๖ แสงส่งไปที่ราศีตุลย์เรือนดาว ๖ เช่นกัน ... 

... จากราศีเมษ ดาว ๓ แสงส่งไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ เช่นกัน ...

... จากราศีมีน ดาว ๕ แสงส่งไปที่ราศีธนูเรือนดาว ๕ เช่นกัน ...

... จากราศีกุมภ์ ราหูและ ดาว ๗ แสงส่งไปที่ราศีมังกรเรือนดาว ๗ เช่นกัน ...


... ดังนั้นถ้ามีดาวดวงอื่นที่ไม่ใช่เจ้าเรือนมาอยู่ในแสงและรังสีดังกล่าวมาแล้วนี้ ...

... จัดว่าดาวมีกำลังถึงกันได้อย่างแน่นอน ...






... จากตัวอย่างที่ ๑ ... มีดาว ๑ และดาว ๒ ...

... จากดาว ๑ อยู่ราศีเมษเรือนดาว ๓ ดังนั้นแสงย่อมส่งไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ด้วย ...

... และแสงย่อมส่องไปที่ราศีสิงห์เรือนของตนด้วยเช่นกัน ...

... จากราศีเมษไปราศีพฤศจิก เรียกกันว่าแฝงเรือนเกษตร ...

... จากราศีเมษไปราศีสิงห์เรียกว่า ส่งแสงไปที่เรือนของตนเอง ...



... จากดาว ๒ อยู่ราศีมีนเรือนดาว ๕ ดังนั้นแสงก็ต้องส่องไปที่ราศีธนูเรือนดาว ๕ ด้วบ ...

... และแสงก็พุ่งไปที่ราศีกรกฏเรือนของตนด้วยแน่นอน ...

... ส่วนจากราศีมีนไปที่ราศีธนูก็เรียกว่าแฝงเรือนเกษตรเช่นเดิม ...

... จากราศีมีนไปราศีกรกฏ เรียกว่าส่งแสงไปที่เรือนตนเอง ...






... จากตัวอย่างที่ ๒ ... มีดาว ๓ และดาว ๔ ...


... จากดาว ๓ ที่อยู่ราศีกุมภ์เรือนดาว ๗ แสงจึงส่งไปที่ราศีมังกรเรือนดาว ๗ ด้วย ...

... และแสงก็ส่องไปที่ราศีเมษและราศีพฤศจิกเรือนของตนเองอีกด้วย ...

... จากราศีกุมภ์ไปที่ราศีมังกรเรียกว่าดาวแฝงเรือนเกษตร ...

... จากราศีเมษไปราศีพฤศจิกเรียกว่า ส่งแสงไปที่เรือนของตน ...


... จากดาว ๔ อยู่ราศีเมษเรือนดาว ๓ แสงจึงส่องไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ด้วย ...

... และยังส่องแสงไปที่ราศีมิถุนกับราศีกันย์เรือนแห่งตนเช่นกัน ...

... จากราศีเมษไปที่ราศีพฤศจิกเรียกว่า แฝงเรือนเกษตร ...

... จากราศีมิถุนไปราศีกันย์เรียกว่า ส่องแสงไปที่เรือนตน ...







... จากตัวอย่างที่ ๓ ... มีดาว ๕ + ๖ และดาว ๗ + ๘ ...


... จากดาว ๕ ที่ราศีเมษส่งแสงแฝงเรือนเกษตรไปที่ราศีพฤศจิก เรือนดาว ๓ เช่นกัน ...

... และยังส่งแสงไปที่ราศีมีนและราศีธนูเรือนของตนเช่นกัน ...

... ดาว ๖ ที่ราศีมิถุนส่งแสงแฝงเรือนเกษตรไปที่ราศีกันย์เรือนดาว ๔ เช่นกัน ...

... และก็ส่องแสงไปที่ราศีพฤษภและราศีตุลย์เรือนแห่งตนเองอีก ...



... จากดาว ๗ ที่ราศีเมษส่งแสงแฝงเรือนเกษตรไปที่ราศีราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ...

... และยังส่งแสงไปมี่ราศีมังกรเรือนของตนเองอีกด้วย ...

... ราหู อยู่ที่ราศีเมษส่งแสงแฝงเรือนเกษตรไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ...

... แล้วก็ส่งแสงไปที่ราศีกุมภ์เรือนแห่งตนด้วยเช่นกัน ...






... ต่อไปนี้เป็นแสง + รังสีในดวงกำเนิด ...


... จากตัวอย่างที่ ๔ มีดาว ๓ + ๑ และดาว ๕ + ๑ ...


... จากดาว ๓ ที่ราศีเมษ ส่งแสงไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ เหมือนกัน ...

... จากดาว ๑ ส่งรังสีไปที่ราศีสิงห์เรือนแห่งตน ...

... เท่ากับว่าดาว ๓ แฝงรังสีจากดาว ๑ ไปที่ราศีสิงห์ด้วย ...


... จากดาว ๕ ที่ราศีเมษ ส่งแสงไปที่ราศีธนูเรือนดาว ๕ เหมือนกัน ...

... จากดาว ๑ ส่งรังสีไปที่ราศีสิงห์เรือนของตนเอง ...

... เท่ากับว่าดาว ๕ แฝงรังสีจากดาว ๑ ไปที่ราศีสิงห์นั้นด้วย ...






... จากตัวอย่างที่ ๕ มีดาว ๔ + ๕  ...


... จากดาว ๕ ที่ราศีเมษ ส่งแสงไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ด้วยเหมือนกัน ...

... จากดาว ๕ ที่ราศีเมษก็ยังส่งแสวงไปที่ราศีมีนและราศีธนูเรือนของตนเอง ...

... จากดาว ๔ ส่งรังสีไปที่ราศีมิถุนและราศีกันย์เรือนแห่งตน ...

... เท่ากับว่า ดาว ๕ แฝงรังสีจากดาว ๔ ไปที่ราศีมิถุนและราศีกันย์ตามไปด้วย ...







... เรื่องราวกลไกโหราศาสตร์ระบบแสงและรังสีเป็นภาพที่ผมจำมาจากหนังสือโหราเวสม์

ตอนที่ออกมาฉบับแรกๆ แต่คำอธิบายนั้น ...ผมเขียนขึ้นมาเองตามความเป็นจริงของดวง

ดาว เพราะคำอธิบายของท่าน อ. ดำริห์ ไตรรัตน์ จริงๆนั้นผมจำไม่ได้ จึงขอโทษมาในที่นี้

ด้วยนะครับ ...


... สวัสดีครับ ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...