วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2558

ดวงชาตาหลวงวิจิตรวาทการ






... เกิดวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๔๑ เวลา ๔ น.เศษ ...

... วัน ๕ แรม ๙ ค่ำเดือน ๙ ปีจอ ...

... คำวิจารณ์ของท่าน อ. พลูหลวง ...


... โยคเกณฑ์ ...

๑. ดาวเจ้าเรือนลัคนา คือ จันทร์เป็นมหาอุจจ์อยู่ในเรือนลาภะต่อลัคนา ...

๒. ลัคนากุมอาทิตย์อยู่ในกลุ่มดาวที่เรียงรายติดต่อกัน ๘ ราศี เป็นดวงพระจันทร์ครึ่งซีก

๓. มีดาวพระเคราะห์ ศุกร์กับพฤหัสบดีโยคหน้า และดาวจันทร์มหาอุจจ์ อังคารกับพลูโต

โยคหลัง ...


... วิจารณ์ ...


๑. ลัคนาอยู่ในเรือนมหาอุจจ์ โดยมีจันทร์ตนุลัคน์ไปอยู่ภพลาภะต่อลัคนา เจ้าชาตาจึงมี

วาสนาสูงเด่น สามารถสร้างตัวเองจากบุคคลสามัญธรรมดาขึ้นมามีอำนาจวาสนาสูงได้

บรรดาศักดิ์ และเป็นอธิบดี รัฐมนตรี และยังมีวาสนารุ่งโรจน์ทุกยุคไม่ตกต่ำ ...


๒. ดาวพลูโตกัมมะกุมจันทร์ งานส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องและแวดล้อมด้วยผู้หญิง ดาวศุกร์

ศิลปตรีโกณถึงดาวพลูโตกัมมะ  และถึงดาวจันทร์ตนุลัคน์ และดาวพฤหัสบดีหมายถึงการ

ศึกษาก็ตรีโกณถึง กัมมะกับตนุลัคน์ด้วย เขาจึงได้เข้าทำงานเป็นอธิบดีกรมศิลปากร ...

แวดล้อมด้วยเหล่าละครรำและศิลปการดนตรี ... 


๓. อาทิตย์กุมลัคนาเป็นคนถือตัว เจ้ายศ และวางท่าให้เด่น และชอบทำงานอันเด่นมี ...

ชื่อเสียงตลอดเวลา ...


๔. ดาวพุธ อันเป็นดาวการประพันธ์นำหน้าลัคนา ทำให้เขาชอบหนังสือ และแต่งหนังสือ

ไว้มาก เป็นนักอ่านหนังสือตัวยง ...


๕. ดาวพลูโตอันเป็นดาวเร้นลับ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณคดีและ จิตศาสตร์กุมดาว

จันทร์ตนุลัคน์ ทำให้ท่านสนใจในเรื่องเร้นลับ และเป็นนักประวัติศาสตร์ ชอบค้นคว้า ... 

เรื่องจิต ...


๖. ดาวอังคารโทสะจริตกุมดาวจันทร์ตนุลัคน์ ทำให้เป็นคนมีโทสะรุนแรง และดาวอังคาร

โบราณยกย่องว่าเป็นดาวกล้าแข็งขยัน เมื่อกุมดาวจันทร์ตนุลัคน์ ทำให้ท่านเป็นคนขยัน

ทำงานไว้มาก และมีอัจฉริยะหลายด้าน กล่าวคือเป็นนักการทูต, นักประวัติศาสตร์ ...

นักเขียน , นักดนตรี , นักเขียนบทละคร ฯลฯ ...


... วิจารณ์โดย ท่าน อ. พลูหลวง ...







... วิจารณ์เสริมโดย อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...


... วิจารณ์แบบไม่มีดาวพลูโตและเนปจูน ...


... จากดาว ๒ อุจจ์ ตนุลัคน์ ไปอยู่เรือนที่ ๑๑ ได้ตำแหน่งปทุมเกณฑ์ ...




 อนึ่งจันทร์สิบเอ็ดแท้       แก่ลัคน์   
   
พฤหัสสี่ทรงศักดิ์             แช่มช้อย
  
        ศุกร์สามดั่งนี้จัก              เจริญยิ่งยศแฮ
   
          หากว่าชาติต่ำต้อย         ยกให้เสมอพงศ์






... โบราณเขาถือว่าถ้าดาวตนุลัคน์ได้ปทุมเกณฑ์ ตอบว่าบริสุทธิ์ อย่างแท้จริง แถมยังอยู่

ภพลาภะอีก ทำให้ได้รับคุณประโยชน์ ๓ เรื่อง คือ ...


๑. ดาว ๒ ตนุลัคน์เป็นอุจจ์  หมายความเ้จ้าชาตาจะเป็นคนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ มีคนนับ

หน้าถือตา ในสังคม ...


๒. ดาว ๒ มีตำแหน่งได้ปทุมเกณฑ์ ดังนั้นเจ้าชาตาจึงสามารถสร้างตนเองจากบุคคล ...

ธรรมดาขึ้นมามีอำนาจวาสนาสูงได้ ...

๓. ดาว ๒ อยู่ภพลาภะ จึงทำให้เจ้าชาตาประสบความสำเร็จในงานได้โดยตลอดทุกยุค ...

ไม่ตกต่ำ ...


... และดาว ๒ ยังกุมดาว ๓ เจ้าเรือนภพกัมมะ [ งาน ] + ปุตตะ [ บ่อยครั้ง, เรื่อยๆ ] ...

...  ๒ จิตใจ + ๓ ขยันขันแข็ง ... ทำให้ท่านมีความสำเร็จในงานต่างๆของท่าน ได้อยู่ ...

บ่อยครั้ง เสมอมา เรื่อยๆ ...



... ๓ งาน กุม ๒ สตรี อุจจ์ มาก = งานของท่านมักพัวพันกับสตรีซะเป็นส่วนมาก ...

... เรื่องทรัพย์สินเงินทองไม่ต้องกลัว ดาว ๑ ทรัพย์, เงิน กุมลัคน์ แปลตรงๆว่า ...

... หน้าเงิน ...ไม่ใช่ เงินกลบหน้า ...เอก็ยังไม่ใช่ ...อ้อ ... เงินทอง ทรัพย์สินเข้ามาหาสู่ตน

แบบนี้ถึงฟังได้นะครับ ... 



... ธรรมดาเมื่อเห็นดาว กฎุมภะกุมลัคน์ ใครก็ตามคราใด ผมมักแปลออกไปตรงๆว่า ...

... ดวงชาตานี้หน้าเงิน , งกเงิน, เงินกลบหน้า , ขยันหาเงิน , ชอบแต่เงิน ฯ ซึ่งบรรดา

ลูกศิษย์ของผมจะพูดกันว่า ... อาจารย์แปลชัดและแรงไปหรือเปล่าค่ะนี่ ...

... ผมก็ได้แต่นั่งอมยิ้ม แต่ก็ตอบไปว่า " คนเราไม่ค่อยชอบฟังเรื่องจริงกันน๊อ " 



... เมื่อดาว ๑ เงินไปอยู่กุมลัคน์ ดาว ๒ ไปอยู่ภพลาภะ ความสำเร็จ, ชัยชนะ กุม ๓ กัมมะ

ดาว ๓ กำลัง 8 ไที่ราหู เจ้าเรือนภพมรณะ เก่าแก่, โบราณ ซึ่งอยู่ที่ราศีธนูภพอริ ขยัน ...

บากบั่น,อดทน และเชื่อมโยงไปที่ราศีมีนภพศุภะ ความสำเร็จ, ชื่อเสียง,ศาสนา ...



ดาว ๕ เจ้าเรือนอริ +ศุภะ ไปอยู่ราศีกันย์ มีตำแหน่งประ ประจำ บ่อยๆ เสมอมา เรื่อยๆ ...

กุมกับดาว ๖ พันธุ หน้าที่, ตำแหน่ง + ลาภะ รายได้, ลาภผล,ชัยชนะ ...

... ดาว ๔ เจ้าเรือนก็วิ่งไปอยู่ราศีสิงห์ภพกฎุมภะ เงิน , คำพูด ดาว ๑ เจ้าเรือนก็ไปกุมลัคน์

ได้ตำแหน่ง มหาจักร พลิกผัน, ผาดโผน ...


... แล้วดาว ๒ ตนุลัคน์ก็วิ่งไปราศีพฤษภภพลาภะ ตามที่กล่าวมาตั้งแต่แรก ...

... ลองฝึก แปลโครงสร้างของดวงชาตากันดูบ้างครับ ...


... แปลรวมออกมาว่า ... ท่านเป็นคนที่มีความมานะ บากบั่น อดทน ขยันขันแข็งในการงาน

โดยไม่ย่อท้อ จนสามารถสร้างตนเองจากบุคคลธรรมดามาเป็นบุคคลสำคัญของชาติขึ้นมา

ได้ในที่สุด ในทุกยุคตลอดชีวิตของท่าน ...


...  ๔ เป็นศูนย์พาหะ อยู่เรือน ๑ กฎูมภะ [ เอาใจใส่ ] กุมลัคน์  =  นักเขียน ...

...  ๘ มรณะ เรื่องเก่าในอดีต ตรีโกณกับดาว ๔ สหัชชะ การศึกษา +   วินาสน์ ต่างถิ่น มี 

๙ เมืองนอก และ ๐ ต่างถิ่นต่างแดน โยคหลัง อยู่ทีราศีตุลย์ภพที่เกี่ยวกับอดีต ... 

 =  นักประวัติศาสตร์ ...

... ๔ มี ๕ ศุภะ ต่างประเทศเป็นศูนย์พาหะมี ๙ เมืองนอก และ ๐ ต่างถิ่น โยคหน้า

= นักการทูต ...

... ๒ ตนุลัคน์อยู่เรือน ๖ ศิลปิน , ดนตรี,บันเทิง  = นักดนตรี ...

... ๖ ละครอยู่เรือน ๔ เขียน เป็นคู่ธาตุ = นักเขียนบทละคร ...

... ๗ ปัตนิ [ ประชาชน ] เป็นราชาโชค = ปวงชนยกย่องชื่นชมความสามารถ ...










... เรื่องราศีที่เกี่ยวกับ อดีต, ปัจจุบัน, อนาคต จะมีกล่าวในบทความต่อๆไป วันนี้ขอกล่าว

คำว่า " สวัสดี " ครับ ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...











วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

กลไกโหราศาสตร์





... แสงในดวงจักรวาฬ ... 

โดย ท่าน อ.ดำริห์ ไตรรัตน์ ...



... เป็นภาพที่แสดงถึงแสงในดวงจักรวาฬ ที่เป็นเกษตร ๒ เรือน คือ ...

... จากราศีมิถุน ดาว ๔ แสงส่งไปถึงราศีกันย์เรือนดาว ๔ เช่นกัน ...

... จากราศีพฤษภ ดาว ๖ แสงส่งไปที่ราศีตุลย์เรือนดาว ๖ เช่นกัน ... 

... จากราศีเมษ ดาว ๓ แสงส่งไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ เช่นกัน ...

... จากราศีมีน ดาว ๕ แสงส่งไปที่ราศีธนูเรือนดาว ๕ เช่นกัน ...

... จากราศีกุมภ์ ราหูและ ดาว ๗ แสงส่งไปที่ราศีมังกรเรือนดาว ๗ เช่นกัน ...


... ดังนั้นถ้ามีดาวดวงอื่นที่ไม่ใช่เจ้าเรือนมาอยู่ในแสงและรังสีดังกล่าวมาแล้วนี้ ...

... จัดว่าดาวมีกำลังถึงกันได้อย่างแน่นอน ...






... จากตัวอย่างที่ ๑ ... มีดาว ๑ และดาว ๒ ...

... จากดาว ๑ อยู่ราศีเมษเรือนดาว ๓ ดังนั้นแสงย่อมส่งไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ด้วย ...

... และแสงย่อมส่องไปที่ราศีสิงห์เรือนของตนด้วยเช่นกัน ...

... จากราศีเมษไปราศีพฤศจิก เรียกกันว่าแฝงเรือนเกษตร ...

... จากราศีเมษไปราศีสิงห์เรียกว่า ส่งแสงไปที่เรือนของตนเอง ...



... จากดาว ๒ อยู่ราศีมีนเรือนดาว ๕ ดังนั้นแสงก็ต้องส่องไปที่ราศีธนูเรือนดาว ๕ ด้วบ ...

... และแสงก็พุ่งไปที่ราศีกรกฏเรือนของตนด้วยแน่นอน ...

... ส่วนจากราศีมีนไปที่ราศีธนูก็เรียกว่าแฝงเรือนเกษตรเช่นเดิม ...

... จากราศีมีนไปราศีกรกฏ เรียกว่าส่งแสงไปที่เรือนตนเอง ...






... จากตัวอย่างที่ ๒ ... มีดาว ๓ และดาว ๔ ...


... จากดาว ๓ ที่อยู่ราศีกุมภ์เรือนดาว ๗ แสงจึงส่งไปที่ราศีมังกรเรือนดาว ๗ ด้วย ...

... และแสงก็ส่องไปที่ราศีเมษและราศีพฤศจิกเรือนของตนเองอีกด้วย ...

... จากราศีกุมภ์ไปที่ราศีมังกรเรียกว่าดาวแฝงเรือนเกษตร ...

... จากราศีเมษไปราศีพฤศจิกเรียกว่า ส่งแสงไปที่เรือนของตน ...


... จากดาว ๔ อยู่ราศีเมษเรือนดาว ๓ แสงจึงส่องไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ด้วย ...

... และยังส่องแสงไปที่ราศีมิถุนกับราศีกันย์เรือนแห่งตนเช่นกัน ...

... จากราศีเมษไปที่ราศีพฤศจิกเรียกว่า แฝงเรือนเกษตร ...

... จากราศีมิถุนไปราศีกันย์เรียกว่า ส่องแสงไปที่เรือนตน ...







... จากตัวอย่างที่ ๓ ... มีดาว ๕ + ๖ และดาว ๗ + ๘ ...


... จากดาว ๕ ที่ราศีเมษส่งแสงแฝงเรือนเกษตรไปที่ราศีพฤศจิก เรือนดาว ๓ เช่นกัน ...

... และยังส่งแสงไปที่ราศีมีนและราศีธนูเรือนของตนเช่นกัน ...

... ดาว ๖ ที่ราศีมิถุนส่งแสงแฝงเรือนเกษตรไปที่ราศีกันย์เรือนดาว ๔ เช่นกัน ...

... และก็ส่องแสงไปที่ราศีพฤษภและราศีตุลย์เรือนแห่งตนเองอีก ...



... จากดาว ๗ ที่ราศีเมษส่งแสงแฝงเรือนเกษตรไปที่ราศีราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ...

... และยังส่งแสงไปมี่ราศีมังกรเรือนของตนเองอีกด้วย ...

... ราหู อยู่ที่ราศีเมษส่งแสงแฝงเรือนเกษตรไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ...

... แล้วก็ส่งแสงไปที่ราศีกุมภ์เรือนแห่งตนด้วยเช่นกัน ...






... ต่อไปนี้เป็นแสง + รังสีในดวงกำเนิด ...


... จากตัวอย่างที่ ๔ มีดาว ๓ + ๑ และดาว ๕ + ๑ ...


... จากดาว ๓ ที่ราศีเมษ ส่งแสงไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ เหมือนกัน ...

... จากดาว ๑ ส่งรังสีไปที่ราศีสิงห์เรือนแห่งตน ...

... เท่ากับว่าดาว ๓ แฝงรังสีจากดาว ๑ ไปที่ราศีสิงห์ด้วย ...


... จากดาว ๕ ที่ราศีเมษ ส่งแสงไปที่ราศีธนูเรือนดาว ๕ เหมือนกัน ...

... จากดาว ๑ ส่งรังสีไปที่ราศีสิงห์เรือนของตนเอง ...

... เท่ากับว่าดาว ๕ แฝงรังสีจากดาว ๑ ไปที่ราศีสิงห์นั้นด้วย ...






... จากตัวอย่างที่ ๕ มีดาว ๔ + ๕  ...


... จากดาว ๕ ที่ราศีเมษ ส่งแสงไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ด้วยเหมือนกัน ...

... จากดาว ๕ ที่ราศีเมษก็ยังส่งแสวงไปที่ราศีมีนและราศีธนูเรือนของตนเอง ...

... จากดาว ๔ ส่งรังสีไปที่ราศีมิถุนและราศีกันย์เรือนแห่งตน ...

... เท่ากับว่า ดาว ๕ แฝงรังสีจากดาว ๔ ไปที่ราศีมิถุนและราศีกันย์ตามไปด้วย ...







... เรื่องราวกลไกโหราศาสตร์ระบบแสงและรังสีเป็นภาพที่ผมจำมาจากหนังสือโหราเวสม์

ตอนที่ออกมาฉบับแรกๆ แต่คำอธิบายนั้น ...ผมเขียนขึ้นมาเองตามความเป็นจริงของดวง

ดาว เพราะคำอธิบายของท่าน อ. ดำริห์ ไตรรัตน์ จริงๆนั้นผมจำไม่ได้ จึงขอโทษมาในที่นี้

ด้วยนะครับ ...


... สวัสดีครับ ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...






วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558

เคล็ดเล็กเคล็ดน้อย








... บนภาพด้านบนนี้เป็นสีและอํญมณีต่างๆที่อยู่ประจำราศี ทั้ง ๑๒ ราศี ...


... ผมได้รวบรวมมาจากตำราเก่าๆ หลายเล่ม ลองศึกษากันดูน่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย ...

... ตอนนี้ผมจะกล่าวถึงเคล็ดเล็กเคล็ดน้อยกันนะครับ ...



... ลัคนาหมายถึงสิ่งแวดล้อม ...


๑ = หัวใจ, สายตา , กาย,โลหิต

๒ = จิตใจ, ตา

๓ = สมอง, กิจกรรม, ความดันโลหิต, ๓ เสียเป็นเบาหวาน

๔ = ปาก, สมอง, ปัญญา, โรคประสาท, กระดูกนอกเนื้อ,  ๔ เสียโรคกระเพาะลำใส้

๕ = คุณความดี, ความสำเร็จ, ๕ เสียเป็นโรคตับ

๖ = ความรัก, เงิน 

๗ = อดทน, มีความสามารถ, ทุกข์, กระดูกในเนื้อ

๘ = ส่วนรวม, สังคม, ความสัมพันธ์

๙ = ศรัทธา, เส้นโลหิตฝอย

๐ = โหราศาสตร์

น.= ลึกซึ้ง,ชั่วร้าย

พ.= การพัฒนา, สร้างสรรค์



... เกี่ยวกับโรคภัย ไข้เจ็บ ...


... เรือนที่ ๑ แสดงถึงหมอ

... เรือนที่ ๒ แสดงถึงยา

... เรือนที่ ๓ หมายถึงโรค

... เรือนที่ ๔ หมายถึงผู้ป่วย



... เกี่ยวกับเรื่องงาน ...


... กัมมะอยู่จรราศี    = รวยเร็ว

... กัมมะอยู่สถิรราศี  = ค่อยเป็นค่อยไป

... กัมมะอยู่อภัยราศี  = รวยได้ + จนได้ 



... ดาวบอกดวงตายโหงได้แก่ ดาวเจ้าเรือนกฤุมภะร่วมกับดาวเจ้าเรือนอริ แล้วไปอยู่

เรือนวินาสน์ ...

... ๗ เล็งหรือทับ ๒ เป็นเรื่อง

... ๘ ทับ ๓ เป็นเรื่อง

... ๘ ทับ ๑ - ๒ เป็นเรื่อง



... ดาวตัวแทน ... อ.ศิวเมษ ...

๑ = บิดา

๒ = มารดา

๓ = พี่น้อง

๔ = อาชีพ, การงาน

๕ = บุตร

๖ = คู่ครอง

๗ = อายุ

๘ = ญาติฝ่ายมารดา

๙ = ญาติฝ่ายบิดา 


... พิเศษ ...


๕ = พระ

๘ = เจ้า 

๙ = เทวดา

๐ = ผี 

๒,๖ = นางฟ้า  




... อ.อักษร ไพบูลย์ ...


... ๖ หมายถึงเงินสด ถ้าตกวินาสน์ มรณะ อริ มักเก็บเงินไม่อยู่

... ๗ หมายถึงโรคภูมิแพ้, โรคกระดูก, โรคประสาท, โรคผิวหนัง,โรคลำไส้

... ๑ กุม ๔ เป็นคนชอบใช้จ่าย, มีหลักการ, หลักเกณฑ์, ความแม่นยำถูกต้อง

... ๕ หมายถึง บ้านช่อง, ที่ดิน, ธนาคาร 










... บนภาพด้านบนนี้เป็นสัตว์ตามราศีต่างๆ ลองค้นคว้ากันดูนะครับ ...

... อาทิเช่นบางคนเลี้ยงกระต่ายเป็นร้อยๆตัวแต่ก็ตายหมด ไปดูในดวงชาตาปรากฏว่า 

ดาว ๒ ที่หมายถึงกระต่ายเป็นนิจจ์ [ ไม่แข็งแรง ] อยู่ ... บางคนเลี้ยงนกแก้วก็มักจะตายหมด

หรือก็ไม่ค่อยจะยอมพูดนัก ไปดูในดวงชาตา ปรากฏว่าดาว ๔ ที่หมายถึงนกแก้วนั้นเป็นประ

 [ อ่อนแอ ] ...



... เกี่ยวกับในร่างกายของมนุษย์ ...


๑. กระดูก

๒.โลหิต

๓.เยื่อในกระดูก

๔.ผิวหนัง

๕.ไขมัน

๖.น้ำกาม

๗.กล้ามเนื้อ 


... เกี่ยวกับรสต่างๆ ...


๑. รสฉุนได้แก่ เครื่องเทศ

๒. รสเค็ม

๓. รสขม

๔. รสรวมกันหลายอย่าง

๕. รสหวาน

๖. รสเปรี้ยว

๗. รสฝาด



... ๗ + ๔ = ยุนุค = ขันที

... ๕ + ๖ = พราหมณ์

... ๑ + ๓ = กษัตริย์

... ๒ = พ่อค้า

... ๔ = คู่พระหรือคนชั้นต่ำ

... ๗ = หัวหน้าโจร

... ๑ + ๕ + ๒ = สัตวะ คือมีความบริสุทธิ์, คุณความดี

... ๖ + ๔ = ตัณหาราคะต่างๆ

... ๗ + ๓ = ตะมะสะ = ความมืดมน ต่างๆ ...



... วันนี้เท่านี้ก่อนนะครับ ...








... การเรียนวิชาโหราศาสตร์เป็นสิ่งที่จะว่ายากก็ยากได้  และจะว่าง่ายก็ง่ายได้ไม่ยากซ์ ...

แต่หัวใจในวิชาโหราศาสตร์ที่แท้จริงก็คือ ต้องเป็นคนขี้สงสัย ชอบค้นคว้า หาข้อมูล สถิติต่างๆ

หมั่นตรวจสอบดวงชาตาต่างๆเป็นนิจศีล ... รู้จักมี วาทะศิลปในการแปลเรียบเรียงคำพูดที่จะ

ตอบต่อผู้ที่มาดูดวงชาตา ตำราใดมีข้อความกินใจหรือโดนใจก็ต้อง หมั่นจดจำให้ขึ้นใจ ดั่งนี้

แล้วไซร้การเป็นโหราจารย์ก็จัดว่าไม่ยากนักในขั้นตอนต่อไป ...



... สวัสดีครับ ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...