วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

กลไกโหราศาสตร์





... แสงในดวงจักรวาฬ ... 

โดย ท่าน อ.ดำริห์ ไตรรัตน์ ...



... เป็นภาพที่แสดงถึงแสงในดวงจักรวาฬ ที่เป็นเกษตร ๒ เรือน คือ ...

... จากราศีมิถุน ดาว ๔ แสงส่งไปถึงราศีกันย์เรือนดาว ๔ เช่นกัน ...

... จากราศีพฤษภ ดาว ๖ แสงส่งไปที่ราศีตุลย์เรือนดาว ๖ เช่นกัน ... 

... จากราศีเมษ ดาว ๓ แสงส่งไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ เช่นกัน ...

... จากราศีมีน ดาว ๕ แสงส่งไปที่ราศีธนูเรือนดาว ๕ เช่นกัน ...

... จากราศีกุมภ์ ราหูและ ดาว ๗ แสงส่งไปที่ราศีมังกรเรือนดาว ๗ เช่นกัน ...


... ดังนั้นถ้ามีดาวดวงอื่นที่ไม่ใช่เจ้าเรือนมาอยู่ในแสงและรังสีดังกล่าวมาแล้วนี้ ...

... จัดว่าดาวมีกำลังถึงกันได้อย่างแน่นอน ...






... จากตัวอย่างที่ ๑ ... มีดาว ๑ และดาว ๒ ...

... จากดาว ๑ อยู่ราศีเมษเรือนดาว ๓ ดังนั้นแสงย่อมส่งไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ด้วย ...

... และแสงย่อมส่องไปที่ราศีสิงห์เรือนของตนด้วยเช่นกัน ...

... จากราศีเมษไปราศีพฤศจิก เรียกกันว่าแฝงเรือนเกษตร ...

... จากราศีเมษไปราศีสิงห์เรียกว่า ส่งแสงไปที่เรือนของตนเอง ...



... จากดาว ๒ อยู่ราศีมีนเรือนดาว ๕ ดังนั้นแสงก็ต้องส่องไปที่ราศีธนูเรือนดาว ๕ ด้วบ ...

... และแสงก็พุ่งไปที่ราศีกรกฏเรือนของตนด้วยแน่นอน ...

... ส่วนจากราศีมีนไปที่ราศีธนูก็เรียกว่าแฝงเรือนเกษตรเช่นเดิม ...

... จากราศีมีนไปราศีกรกฏ เรียกว่าส่งแสงไปที่เรือนตนเอง ...






... จากตัวอย่างที่ ๒ ... มีดาว ๓ และดาว ๔ ...


... จากดาว ๓ ที่อยู่ราศีกุมภ์เรือนดาว ๗ แสงจึงส่งไปที่ราศีมังกรเรือนดาว ๗ ด้วย ...

... และแสงก็ส่องไปที่ราศีเมษและราศีพฤศจิกเรือนของตนเองอีกด้วย ...

... จากราศีกุมภ์ไปที่ราศีมังกรเรียกว่าดาวแฝงเรือนเกษตร ...

... จากราศีเมษไปราศีพฤศจิกเรียกว่า ส่งแสงไปที่เรือนของตน ...


... จากดาว ๔ อยู่ราศีเมษเรือนดาว ๓ แสงจึงส่องไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ด้วย ...

... และยังส่องแสงไปที่ราศีมิถุนกับราศีกันย์เรือนแห่งตนเช่นกัน ...

... จากราศีเมษไปที่ราศีพฤศจิกเรียกว่า แฝงเรือนเกษตร ...

... จากราศีมิถุนไปราศีกันย์เรียกว่า ส่องแสงไปที่เรือนตน ...







... จากตัวอย่างที่ ๓ ... มีดาว ๕ + ๖ และดาว ๗ + ๘ ...


... จากดาว ๕ ที่ราศีเมษส่งแสงแฝงเรือนเกษตรไปที่ราศีพฤศจิก เรือนดาว ๓ เช่นกัน ...

... และยังส่งแสงไปที่ราศีมีนและราศีธนูเรือนของตนเช่นกัน ...

... ดาว ๖ ที่ราศีมิถุนส่งแสงแฝงเรือนเกษตรไปที่ราศีกันย์เรือนดาว ๔ เช่นกัน ...

... และก็ส่องแสงไปที่ราศีพฤษภและราศีตุลย์เรือนแห่งตนเองอีก ...



... จากดาว ๗ ที่ราศีเมษส่งแสงแฝงเรือนเกษตรไปที่ราศีราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ...

... และยังส่งแสงไปมี่ราศีมังกรเรือนของตนเองอีกด้วย ...

... ราหู อยู่ที่ราศีเมษส่งแสงแฝงเรือนเกษตรไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ...

... แล้วก็ส่งแสงไปที่ราศีกุมภ์เรือนแห่งตนด้วยเช่นกัน ...






... ต่อไปนี้เป็นแสง + รังสีในดวงกำเนิด ...


... จากตัวอย่างที่ ๔ มีดาว ๓ + ๑ และดาว ๕ + ๑ ...


... จากดาว ๓ ที่ราศีเมษ ส่งแสงไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ เหมือนกัน ...

... จากดาว ๑ ส่งรังสีไปที่ราศีสิงห์เรือนแห่งตน ...

... เท่ากับว่าดาว ๓ แฝงรังสีจากดาว ๑ ไปที่ราศีสิงห์ด้วย ...


... จากดาว ๕ ที่ราศีเมษ ส่งแสงไปที่ราศีธนูเรือนดาว ๕ เหมือนกัน ...

... จากดาว ๑ ส่งรังสีไปที่ราศีสิงห์เรือนของตนเอง ...

... เท่ากับว่าดาว ๕ แฝงรังสีจากดาว ๑ ไปที่ราศีสิงห์นั้นด้วย ...






... จากตัวอย่างที่ ๕ มีดาว ๔ + ๕  ...


... จากดาว ๕ ที่ราศีเมษ ส่งแสงไปที่ราศีพฤศจิกเรือนดาว ๓ ด้วยเหมือนกัน ...

... จากดาว ๕ ที่ราศีเมษก็ยังส่งแสวงไปที่ราศีมีนและราศีธนูเรือนของตนเอง ...

... จากดาว ๔ ส่งรังสีไปที่ราศีมิถุนและราศีกันย์เรือนแห่งตน ...

... เท่ากับว่า ดาว ๕ แฝงรังสีจากดาว ๔ ไปที่ราศีมิถุนและราศีกันย์ตามไปด้วย ...







... เรื่องราวกลไกโหราศาสตร์ระบบแสงและรังสีเป็นภาพที่ผมจำมาจากหนังสือโหราเวสม์

ตอนที่ออกมาฉบับแรกๆ แต่คำอธิบายนั้น ...ผมเขียนขึ้นมาเองตามความเป็นจริงของดวง

ดาว เพราะคำอธิบายของท่าน อ. ดำริห์ ไตรรัตน์ จริงๆนั้นผมจำไม่ได้ จึงขอโทษมาในที่นี้

ด้วยนะครับ ...


... สวัสดีครับ ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...






วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558

เคล็ดเล็กเคล็ดน้อย








... บนภาพด้านบนนี้เป็นสีและอํญมณีต่างๆที่อยู่ประจำราศี ทั้ง ๑๒ ราศี ...


... ผมได้รวบรวมมาจากตำราเก่าๆ หลายเล่ม ลองศึกษากันดูน่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย ...

... ตอนนี้ผมจะกล่าวถึงเคล็ดเล็กเคล็ดน้อยกันนะครับ ...



... ลัคนาหมายถึงสิ่งแวดล้อม ...


๑ = หัวใจ, สายตา , กาย,โลหิต

๒ = จิตใจ, ตา

๓ = สมอง, กิจกรรม, ความดันโลหิต, ๓ เสียเป็นเบาหวาน

๔ = ปาก, สมอง, ปัญญา, โรคประสาท, กระดูกนอกเนื้อ,  ๔ เสียโรคกระเพาะลำใส้

๕ = คุณความดี, ความสำเร็จ, ๕ เสียเป็นโรคตับ

๖ = ความรัก, เงิน 

๗ = อดทน, มีความสามารถ, ทุกข์, กระดูกในเนื้อ

๘ = ส่วนรวม, สังคม, ความสัมพันธ์

๙ = ศรัทธา, เส้นโลหิตฝอย

๐ = โหราศาสตร์

น.= ลึกซึ้ง,ชั่วร้าย

พ.= การพัฒนา, สร้างสรรค์



... เกี่ยวกับโรคภัย ไข้เจ็บ ...


... เรือนที่ ๑ แสดงถึงหมอ

... เรือนที่ ๒ แสดงถึงยา

... เรือนที่ ๓ หมายถึงโรค

... เรือนที่ ๔ หมายถึงผู้ป่วย



... เกี่ยวกับเรื่องงาน ...


... กัมมะอยู่จรราศี    = รวยเร็ว

... กัมมะอยู่สถิรราศี  = ค่อยเป็นค่อยไป

... กัมมะอยู่อภัยราศี  = รวยได้ + จนได้ 



... ดาวบอกดวงตายโหงได้แก่ ดาวเจ้าเรือนกฤุมภะร่วมกับดาวเจ้าเรือนอริ แล้วไปอยู่

เรือนวินาสน์ ...

... ๗ เล็งหรือทับ ๒ เป็นเรื่อง

... ๘ ทับ ๓ เป็นเรื่อง

... ๘ ทับ ๑ - ๒ เป็นเรื่อง



... ดาวตัวแทน ... อ.ศิวเมษ ...

๑ = บิดา

๒ = มารดา

๓ = พี่น้อง

๔ = อาชีพ, การงาน

๕ = บุตร

๖ = คู่ครอง

๗ = อายุ

๘ = ญาติฝ่ายมารดา

๙ = ญาติฝ่ายบิดา 


... พิเศษ ...


๕ = พระ

๘ = เจ้า 

๙ = เทวดา

๐ = ผี 

๒,๖ = นางฟ้า  




... อ.อักษร ไพบูลย์ ...


... ๖ หมายถึงเงินสด ถ้าตกวินาสน์ มรณะ อริ มักเก็บเงินไม่อยู่

... ๗ หมายถึงโรคภูมิแพ้, โรคกระดูก, โรคประสาท, โรคผิวหนัง,โรคลำไส้

... ๑ กุม ๔ เป็นคนชอบใช้จ่าย, มีหลักการ, หลักเกณฑ์, ความแม่นยำถูกต้อง

... ๕ หมายถึง บ้านช่อง, ที่ดิน, ธนาคาร 










... บนภาพด้านบนนี้เป็นสัตว์ตามราศีต่างๆ ลองค้นคว้ากันดูนะครับ ...

... อาทิเช่นบางคนเลี้ยงกระต่ายเป็นร้อยๆตัวแต่ก็ตายหมด ไปดูในดวงชาตาปรากฏว่า 

ดาว ๒ ที่หมายถึงกระต่ายเป็นนิจจ์ [ ไม่แข็งแรง ] อยู่ ... บางคนเลี้ยงนกแก้วก็มักจะตายหมด

หรือก็ไม่ค่อยจะยอมพูดนัก ไปดูในดวงชาตา ปรากฏว่าดาว ๔ ที่หมายถึงนกแก้วนั้นเป็นประ

 [ อ่อนแอ ] ...



... เกี่ยวกับในร่างกายของมนุษย์ ...


๑. กระดูก

๒.โลหิต

๓.เยื่อในกระดูก

๔.ผิวหนัง

๕.ไขมัน

๖.น้ำกาม

๗.กล้ามเนื้อ 


... เกี่ยวกับรสต่างๆ ...


๑. รสฉุนได้แก่ เครื่องเทศ

๒. รสเค็ม

๓. รสขม

๔. รสรวมกันหลายอย่าง

๕. รสหวาน

๖. รสเปรี้ยว

๗. รสฝาด



... ๗ + ๔ = ยุนุค = ขันที

... ๕ + ๖ = พราหมณ์

... ๑ + ๓ = กษัตริย์

... ๒ = พ่อค้า

... ๔ = คู่พระหรือคนชั้นต่ำ

... ๗ = หัวหน้าโจร

... ๑ + ๕ + ๒ = สัตวะ คือมีความบริสุทธิ์, คุณความดี

... ๖ + ๔ = ตัณหาราคะต่างๆ

... ๗ + ๓ = ตะมะสะ = ความมืดมน ต่างๆ ...



... วันนี้เท่านี้ก่อนนะครับ ...








... การเรียนวิชาโหราศาสตร์เป็นสิ่งที่จะว่ายากก็ยากได้  และจะว่าง่ายก็ง่ายได้ไม่ยากซ์ ...

แต่หัวใจในวิชาโหราศาสตร์ที่แท้จริงก็คือ ต้องเป็นคนขี้สงสัย ชอบค้นคว้า หาข้อมูล สถิติต่างๆ

หมั่นตรวจสอบดวงชาตาต่างๆเป็นนิจศีล ... รู้จักมี วาทะศิลปในการแปลเรียบเรียงคำพูดที่จะ

ตอบต่อผู้ที่มาดูดวงชาตา ตำราใดมีข้อความกินใจหรือโดนใจก็ต้อง หมั่นจดจำให้ขึ้นใจ ดั่งนี้

แล้วไซร้การเป็นโหราจารย์ก็จัดว่าไม่ยากนักในขั้นตอนต่อไป ...



... สวัสดีครับ ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...


วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558

ดวงชาตาคู่ไม่ถูกกับมารดาตน







... ดวงชาย เกิดวันที่ ๑๓ ก.พ. ๒๕๒๖ เวลา ๑๖.๒๗ น ...

... วันอาทิตย์ ขึ้น ๒ เดือน ๔ ปีระกา ...

... ข้อมูลประวัติ ...

... คนรักที่คบกันมานานๆ แต่ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่กินเส้นกับแม่ของเจ้าชาตา เจอหน้ามัก

ขัดคอกันอยู่เป็นประจำ ไม่เป็นมิตรแก่กันเลยสักนิด นอกจากนี้เจ้าชาตายังมีกิ๊กมีก๊อกอยู๋

เรื่อยมา ...ไม่คบใครเป็นเพื่อนจริงจัง ทำงานที่ต้องเดินทางใกล้และไกล [ ต่างประเทศ ]

อยู่เสมอ มีรายได้พิเศษจากการเดินทางในงานอยู่เสมอ เป็นคนมีลางสังหรณ์แม่น ทุกวันนี้

ยังไม่มีครอบครัวชัดเจน มีแต่คนรักที่คบกันมานานแล้วเท่านั้น จึงยังไม่มีบุตรสืบวงศ์สกุล 


... เรามาเพ่งเล็งประเด็นแรกตามหัวข้อเรื่องว่า คู่ไม่ถูกกับมารดาตน ...

... จะเห็นว่า ดาว ๗ เจ้าเรือนภพปัตนิ [ คู่ ] มาเป็นอุจจ์ [ ใหญ่โต ] อยู่ที่ราศีตุลย์ภพ พันธุ

[ มารดา ] และแถมเจ้าเรือนภพพันธุ ยังเป็นดาว ๖  อีกดังนั้น[ ศุกร์กับเสาร์เป็นเสี้ยนศัตรู ]

คนรักของตนจึงไม่ถูกกันกับมารดาของเจ้าชาตาอย่างแน่นอน ...

ถ้าเราอ่านจากดาว ๖ ซึ่งไปอยู่ราศีกุมภ์ ภพมรณะ [ โกรธ ] ราหูเจ้าเรือนไปอยู่ราศีมิถุน

ภพวินาสน์ [ จากไป ] ดาว ๔ เจ้าเรือนวินาสน์ไปอยู่ภพปัตนิดั่งเดิม ...


... รวมกันอ่านว่า ... ปัตนิ + พันธุ +ลาภะ + มรณะ + วินาสน์  + สหัชชะ + ปัตนฺิ ...

ปัตนิ [ คู่ ] + พันธุ [ มารดา ] + ลาภะ [ ต้องการ ] + มรณะ [ โกรธ ] + วินาสน์ [ จากไป ]

สหัชชะ[ ข้องเกี่ยว ] + ปัตนิ [ จังๆหน้า ] ...


... แปลว่า คู่รักทำให้แม่โกรธไม่พอใจและไม่ต้องการเห็นหน้าลูกสะใภ้ เจอกันครั้งใดก็จะ

ลี้หน้าหลบหลีกไปในทุกครั้ง คือ เข้าหน้ากันไม่ติดนะแหละ ...


... ที่ว่ามีกิ๊กมีก๊อกก็ไม่ยากซ์ ...

... ดาว ๕ เจ้าเรือนภพอริ [ ชู้ ] ไปอยู่ภพปุตตะ [ ความรัก ]  ดาว๖ เจ้าเรือนไปอยู่ราศีกุมภ์

ภพมรณะ [ ปิดบัง ] ราหูเจ้าเรือนไปอยู่ราศีมิถุนภพวินาสน์ [ ซ่อนเร้น ] ดาว ๔ เจ้าเรือนมา

อยู่ราศีมังกรภพ ปัตนิ [ คู่ ] ...

... แปลว่า ... การที่มีชู้รักที่ปิดบังซ่อนเร้นไม่ให้คู่รักตนเองล่วงรู้ ...


... ไม่คบใครจริงจัง ...

ก็อ่านจาก ดาว ๔ เจ้าเรือนภพ สหัชชะ [ เพื่อน, สังคม ] + วินาสน์ [ ไม่มี ] ไปอยู่ปัตนิ 

ดาว ๗ เจ้าเรือนไปอยู่พันธุ [ ที่ทำงาน ] + ลาภะ [ ต้องการ ] ดาว ๖ ไปอยู่ภพมรณะ 

[ ไม่มี ] ราหูไปอยู่ภพวินาสน์ [ ไม่มี ] ดาว ๔ เจ้าเรือนมาอยู่ที่ภพปัตนิอีกเช่นเดิม ...


... แปลว่ารวมๆว่า ... ไม่คืดจะมีเพื่อนสนิทชิดเชื้อในสายงานของตนเอง ...


... ส่วนที่ว่างานทำเกี่ยวกับต่างถิ่นต่างแดนและต่างประเทศนั้น ....

ให้ดูที่ราศีเมษภพกัมมะ [ งาน ] มีเกตุต่างประเทศ แฝงเกษตรกับ ดาว ๕ ศุภะ 

[ ต่างประเทศ ]กุม ดาว ๐ ต่างถิ่น แล้วก็ยังมีราหู ต่างแดน อยู่ที่ราศีมิถุน โยคหน้า

 เกตุอยู่อีก จึงทำให้ดาวที่เกี่ยวกับต่างประเทศ ... เชื่อมโยงจนถึงเรือนกัมมะใน

หลายๆจุดทันที ...

... ส่วนรายได้พิเศษก็มาจาก ดาว ๖ พันธุ [ หน้าที่ ] + ลาภะ [ รายได้ ] ไปอยู่ภพ

มรณะ [ เดินทาง ] ...

... แปลว่าลาภผลรายได้พิเศษมาจากการเดินทางต่างประเทศอยู่ ประจำ ...


... ที่มีลางสังหรณ์แม่นก็เพราะว่า ... มีกฎโหร [ อ. พ.อ.เอื้อน มณเทียรทอง ] 

กล่าวไว้ว่า ...บุคคลใดตนุลัคน์ตกวินาสน์หรือตกมรณะจัดให้เป็น " คนมีดวง " 

หมายถึงเป็นคนมีลางสังหรณ์แม่นยำ มี  Sixsence ... 

ดวงชาตานี้ดาว ๒ ตนุลัคน์ไปอยู่ภพมรณะ เข้าข่ายที่กล่าวมาทั้งหมด ...



... เรื่องสุดท้ายก็คือการไม่มีบุตร ...

อ่านง่ายๆจากดาว ๓ ปุตตะ ไปอยู่มรณะ ราหูมรณะไปอยู่ภพวินาสน์ดาว ๔

 วินาสน์มาอยู่ปัตนิ 

แปลว่า ...ที่ไม่มีลูกเพราะว่ายังมีคู่ครองที่แน่นอน ถ้าแต่งงานเมื่อไรคงมีลูกได้อย่าง

รวดเร็วและสมใจแน่นอน ...









... เรื่องราวต่างๆของชีวิตมนุษย์บนโลกใบนี้ ความจริงได้ระบุมาในดวงชาตาเดิมของแต่ละ

บุคคลอยู่แล้วทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าเราจะเจาะ - ขุด - ล้วง - งัด - แงะ แปลออกมาได้เท่าไร ! 

และเราจะสามารถต่อต้านหรือขัดขืน หน่วงเหนี่ยว กรรมลิขิตต่างๆนั้นได้มากน้อยเพียงไร 

เท่านั้นเอง ...



... สวัสดีครับ ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...