วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ดวงชาตาเมียเช่า
...หญิง เกิด ๒๓ เม.ย.๒๕๑๒ เวลา ๑๖.๓๐ น. จากปูมโหร ท่าน อ. ส.ไชยนันท์
@ ลัคนาราศีกันย์...๑ ราศีเมษเรือนอุจจ์ มีบุญวาสนา มีชื่อเสียงมีอำนาจดั่งราชสีห์ เป็นผู้ที่มี
ทรัพย์มาก @ ๖ ราศีมีนเรือนอุจจ์ รอบรู้ในวิชาการสุภาพเรียบร้อย มีทรัพย์สินมาก...
- ๓ ราศีพิจิกเรือนเกษตร - มีสติปัญญาเฉียบแหลม จิตใจกล้าหาญมีบริวารมาก อุดมด้วยทรัพย์
เป็นพ่อค้าและนักปกครอง...
- ๕ ราศีกันย์เรือนประ หาที่พึ่งยาก ขาดคนอุปถัมภ์ ต้องพึ่งตนเอง
- ๕ กุมลัคน์ราศีกันย์ได้อุดมเกณฑ์ มีเงินทองเหลือเฟือ ได้คราวละมากๆ
- ๗ ราศีเมษเป็นนิจจ์ เป็นคนขาดศีลธรรม มีแต่ความผิดหวัง ใจน้อย หาคู่แท้ยาก
- ๖ เล็งลัคน์เป็นพินทุบาทว์ " ศุกร์เจ็ดอาจารย์เจ้าว่าร้อนนิรันดร์ " ๖ ราศีมีนมีรักซ้อนซ่อนรัก...
มีแล้วมีอีก มีแล้วยังแอบซ่อนเอาไว้อีก มีอาหลั่ยเผื่อไว้อีก ๒-๓ คนทำให้ชีวิตสับสนเรื่องคู่ครอง
ผิดหวัง ผันผวนรวนเร เร่าร้อน...
- ๖ เล็งลัคน์ราศีกันย์ได้อุดมเกณฑ์ คนโน้นรักคนนี้ชอบ เสน่ห์ดีมีคู่ควงไม่จืดเลย
- ๘ เล็งลัคน์เป็นพินทุบาทว์ ล้วนแต่เรื่องมั่วเซ็กส์ มั่วโลกีย์
- ๖+๘ เคร้าคู่โจราระวังภัย คือเอาคนโน้นมากก เอาคนนี้มากอด เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
-๖ + อุจจ์ + อุดมเกณฑ์ + พินทุบาทว์ + ๘ + ปัตนิ แสดงถึงเจ้าชาตาพบแต่คนดีมีเงิน ระดับ
เศรษฐี แต่เปลี่ยนคู่นอนไม่จำเจ เคยแต่งงานแล้วเลิกกัน ไม่มีคู่ครองเป็นตัวตน รักมาก คู่มาก
เงินมาก ชั่วมาก นี่แหละเมียเช่าแหละ...
...คราวนี้ผมมาอธิบายเสริมเพื่อให้เกิดความชัดเจน...
...ข้อสังเกตุ ๖ กุม ราหูอยู่เรือนปัตนิ [คู่ขา ] ที่ราศีมีน...๖ เจ้าเรือนภพศุภะ [ ความใคร่] และภพ
กฎุมภะ [ เงิน ] ราหูเป็นเจ้าเรือนภพอริ [บริการ ] ๖ เป็นอุจจ์ [ มาก] ราหูหมายถึงคนจำนวนมาก
...ดาว ๕ เป็นประ [ประจำ ] วิ่งเข้ามาทับลัคน์ เท่ากับคู่ขา หรือขาประจำ เสมอ ...
...แปลว่า...
...เจ้าชาตาได้เงินจากการบริการความใคร่ให้เพศตรงข้ามอยู่เสมอและมีลูกค้าประจำที่วนเวียน
เข้ามาหามาก จนนับครั้งไม่ถ้วน...
...คราวนี้เราตามดาว ๔ ต่อไปกันดีกว่าว่าไปไหน?...
...ดาว ๔ เจ้าเรือนตนุลัคน์ [ เจ้าชาตา ] และภพกัมมะ [ อาชีพ ] ไปอยู่ราศีเมษภพมรณะ ...
[ อวัยวะเพศ ] มีดาว ๑ เจ้าเรือนภพ วินาสน์ [ครั้งคราว ] ตำแหน่งอุจจ์ [ มาก ] มากุมอยู่ด้วย
และดาว ๑ [เด็ก ] + ๔ [ หนุ่ม ] แปลว่า เด็กหนุ่ม...และก็ยังมีดาว ๗ เจ้าเรือนภพปุตตะ ...
[รักชอบพอ ] มาุกุมอยู่ด้วยอีก...ดาว ๗ [ แก่ ] + ๑ [ชาย ] แปลว่าชายแก่...
...อ่านกันต่อนะครับ...ดาว ๓ เจ้าเรือนภพมรณะ [จากไป ] และภพสหัชชะ [ เข้ามา ] ไปอยู่
ที่ราศีพฤศจิกภพ สหัชชะเป็นเกษตร [ บ่อยๆ ] มีดาวเนปจูน [ชุมชน ] กุมอยู่ด้วย...
...และก็อย่าลืมอ่านดาวลอยคือดาว ๒ ที่อยู่ภพกัมมะ [งาน ] เป็นเจ้าเรือนภพลาภะ [รายได้ ]
แฝงตัวตามดาว ๔ กัมมะ [ งาน ] ไปกุมดาว ๑ อุจจ์ [ มาก ] และดาว ๗ นิจจ์ [ไร้ศีลธรรม ]
...ข้อสุดท้าย ดาว ๒ หมายถึงจิตใจ อยู่ภพกัมมะ [ งาน,อาชีพ ] ดาว ๔ ไปอยู่ภพมรณะ
[ อวัยวะเพศ ] ...ลองอ่านคำแปลกันดูดีกว่าว่าเป็นยังไง?...
...แปลว่า...
...อาชีพของเจ้าชาตาก็คือหญิงงามเมืองที่รองรับทั้งเด็กหนุ่มและชายแก่ที่เป็นลูกค้าประจำ
ซึ่งเข้ามาใช้บริการของเธออย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ไม่ขาดสายเลยทีเดียว...ว่ากันอย่างนี้...
แต่ไอ้เรื่องที่จะให้พวกเด็กหนุ่มหรือชายแก่เหล่านี้รับไปเลี้ยงดูจริงๆจังๆนั้นเป็นเรื่องยากซ์
เย็นแสนเข็ญ...แต่รายได้ค่าตอบแทนที่เธอได้ก็มีจำนวนเงินมากโขทีเดียวเลยละ...มีสิทธิ์
รวยได้...[ แต่มีข้อแม้ว่าถ้าเธอรู้จักเก็บสะสมเงินเอาไว้ ]
และเนิสัยเธอก็เป็นคนที่นิยมชมชอบ และฝักไฝ่ในกามารมณฺ์เรื่องแบบนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
จึงไม่แปลกอะไรนัก ที่ต้องเป็นไปตามบุพพกรรมจากดวงดาวที่ถูกลิขิตมาให้เป็นเช่นนี้...
...ลองขับดูจากตนุลัคน์ตัวที่ ๑ ตั้งเป็นลัคนาที่ ๒ ขึ้นมา...
...ดาว ๔ ตนุลัคน์ตัวที่ ๑ ไปอยู่ที่ราศีเมษ ตั้งเป็นลัคนาขึ้นมาใหม่ ดาว ๗ เจ้าเรือนภพกัมมะ
[ อาชีพ ] ไปกุมลัคน์เตำแหน่งนิจจ์ [ ดีน้อย ] กุมดาว ๔ เจ้าเรือนภพ สหัชชะ [เข้ามาหา ]
และภพ อริ [ บริการ ] ยังมีดาว ๑ ตำแหน่งอุจจ์ [ มาก ] เป็นเจ้าเรือนภพ ปุตตะ ...
[ ความรักและเสน่หา ] ตามไปดู ดาว ๓ เจ้าเรือนลัคน์ไปอยู่ราศีพฤศจิกภพมรณะ ...
[ ลับๆ ล่อๆไม่เปิดเผย ตัณหา ] ดาว๕ เจ้าเรือนภพ ศุภะ [ฝักไฝ่, ความสุข ]ไปอยู่ราศีกันย์ภพ
อริ [ บริการ แข็งขัน ] ดาว ๔ เจ้าเรือนก็ไปกุมที่ราศีเมษ ลัคนาที่ ๒ อีก ...
ดาว ๖ เจ้าเรือนภพ กฎุมภะ [ ได้มา, เงิน ] และภพ ปัตนิ [ ลูกค้า,คู่ขา,ขาประจำ ]
ก็กุมอยู่กับราหูเจ้าเรือนภพ ลาภะ [ รายได้ ] ดาว ๓ ตนุลัคน์ก็ไปอยู่ที่ราศีพฤศจิกภพมรณะ
[ ไม่เปิดเผย,ความลับ ] ...
...ดาวพลูโตตนุลัคน์อีกตัว ก็ สลับเรือนกับดาว ๑ เจ้าเรือนภพปุตตะ ...
[การมีความรัก, อารมณ์ ] และแฝงเกษตรตามดาว ๓ ไปอยู่ที่ราศีพฤศจิกภพ มรณะ [ ปิดบัง ]
ที่เป็นเกษตร [ มีอยู่เสมอ ]
...แปลใกล้เคียงคล้ายๆกับลัคนาที่ ๑ ว่า...
เจ้าชาตาทำอาชีพเป็นหญิงงามเมืองที่ต้องต้อนรับขับสู้ลูกค้าขาประจำที่ติดใจในรสสวาท
ซึ่งมาอุดหนุนกันอยู่เป็นประจำ มีลาภผลรายได้อยู่เป็นจำนวนมาก งานของเธอเป็นงานที่
ต้องปิดบังและซ่อนเร้น ทำงานอยู่ในที่ลับตาผู้คน แต่เพราะความที่เธอเป็นคนมีเสน่ห์แรง
จึงไม่ขาดชายที่จะเข้ามาสู่สมร่วมอภิรมย์ ไม่ว่างเว้นกันเลยที่เดียว...
...แล้วก็มาลองขับดูตนุลัคน์ตัวที่ ๒ มาตั้งเป็นลัคนาที่ ๓ ขึ้นมา...
...ตนุลัคน์ตัวที่ ๒ อยู่ที่ราศีพฤศจิก ตั้งเป็นลัคนาที่ ๓ ...
...ดาว ๑เจ้าเรือนภพกัมมะ [งาน ] ไปอยู่ราศีเมษภพอริ [ขยัน,บริการ ] กุมกับดาว ๔ เจ้าเรือน
ภพลาภะ [ ลาภผล,รายได้ ] และภพ มรณะ [ อวัยวะเพศ, เรื่องลับ ไม่เปิดเผย ] และยังกุมกับ
ดาว ๗ [ เก่า ,นานมาแล้ว ] ...และดาว ๓ เจ้าเรือนภพ อริ [บริการ,ชู้, ] ยังกับมาที่ลัคนา ๓เป็น
เกษตร [ เสมอๆ ] ดาว ๒ เจ้าเรือนภพ ศุภะ [ความสุข,พึ่งพา ] ไปอยู่ราศีมิถุนภพมรณะ...
[ อวัยวะเพศ ] ดาว ๕ เจ้าเรือนภพ กฎุมภะ [ เงิน,ได้มา ] และภพปุตตะ [คนรัก ความใคร่ ]
ไปอยู่ภพลาภะ [รายได้,ความหวัง ]
...อ่านแยก...ดาว ๒ [ ศุภะ [ความสุขสม ] ไปอยู่ภพ มรณะ [ กามกิจ ]ดาว ๔ เจ้าเรือนไปอยู่
ภพอริ [บริการ ,ขายตัว ] ดาว ๓ เจ้าเรือนอริ [ อาภัพ ]ไปอยู่ที่ราศีพฤศจิก ลัคนาที่ ๓ ...
เป็นเกษตร [เสมอ ]...
...แปลออกมาคล้ายๆกันอีกกับลัคนาที่ ๑ - ๒ ...
...เจ้าชาตามีอาชีพขายตัวบริการรับแขกไม่เลือกหน้า เพราะแต่ละครั้งที่รับแขกจะได้เงินเป็น
จำนวนมากอยู่เสมอ นอกจากเรื่องบริการโดยตรงแล้ว เจ้าชาตาก็ยังแอบเป็นชู้กับลูกค้าเป็น
พิเศษตอนนอกเวลาทำงานอีกอยู่เสมอ...แต่ก็เป็นคนอาภัพ รักใคร ชอบใครจริงจัง ไปอยู่ด้วย
กัน แต่สุดท้ายก็ต้องโดนทอดทิ้งไปในที่สุด...
...ดูเล็ก ดูน้อย ได้ดังนี้...
...ดาว ๕ ปัตนิของลัคนาที่ ๑ เป็นตำแหน่ง ประ มากุมอยู่ที่ลัคน์ = คู่คนอื่น,คู่ชาวบ้าน...
...คู่มาหาสู่ประจำ...เป็นลูกค้า คู่ขา ขาประจำ...
...ดาว ๖ ปัตนิของลัคนาที่ ๒ ไปตกวินาสน์ = คู่ที่แอบซ่อน,มีคู่อยู่เรื่อยๆ ,คู่เป็นครั้งคราว
...ความล้มเหลวในเรื่องคู่ คู่ทอดทิ้ง ทิ้งขว้าง...
...ดาว ๓ อริ มากุมลัคน์ที่ ๓ = เจ้าชาตาเป็นคนอาภัพ,เป็นผู้บริการ,อยู่เรือนมรณะโลก
...[ อวัยวะเพศ ] = ขายตัว บริการทางเพศ
...ดาว ๖ +๘ = คนรัก+จำนวนมาก รักล้นเหลือ
...ดาว ๓ + เนปจูน = กิจกรรม + ชุมชน
...ดาว ๕ + มฤตยู = ศีลธรรม + วิปริต ผิดศีลธรรม
...ดาว ๑ เป็นปุตตะ [ความรัก ] เป็นอุจจ์ [ มาก ] = มีผู้ชายเข้ามาในชีวิตจำนวนมาก
...ดาว ๒ เป็นพันธุ [ ผูกพันธ์ ] ของโลกอยู่ภพสหัชชะ [ สังคม ] ของโลก
...ดาว ๓ ตนุของโลกตกมรณะ = เจ้าชาตาเลือกทางเดินผิดๆจากตนเอง
...ดาวพลูโต ตนุโลกอีกตัวตกภพ ปุตตะ [ใจง่าย, ประมาท ] สลับกับภพตนุโลก...
...กลับไปกลับมา =ตัวเองเป็นคนใจง่ายและเป็นผู้ที่อยู่ในความประมาท...
...ยิ่ง ขุดไป ล้วงไป ก็จะเห็นไปเรื่อย ...
...ถ้าหลักการถูกต้อง ทุกจุด ทุกมุม ย่อมจะต้องลงตัวอยู่เสมอ...
...ผมคิดว่าสมควรแก่เวลาที่จะกล่าวว่า...
...สวัสดีครับ...พบกันใหม่ในบทความต่อไป...
วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ปฏิจจสมุปบาท
...ปฏิจจสมุปบาท...สรุปโดยย่อว่า เป็นอาการของจิตที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ...
...๑๒ ประการ ทำให้เกิด...โลภะ...โมหะ...และโทสะ...มีดังนี้...
๑. อวิชชาทำให้เกิดสังขาร
๒. สังขารทำให้เกิดวิญญาณ
๓.วิญญาณทำให้เกิดนามรูป
๔.นามรูปทำให้เกิดสฬายตะนะ
๕.สฬายตะนะทำให้เกิดผัสสะ
๖.ผัสสะทำให้เกิดเวทนา
๗.เวทนาทำให้เกิดตัณหา
๘.ตัณหาทำให้เกิดอุปาทาน
๙.อุปาทานทำให้เกิดภพ
๑๐.ภพทำให้เกิดชาติ
๑๑.ชาติทำให้เกิด...
๑๒.ชราและมรณะ
...หลักปฏิจจสมุปบาท...จากปูมโหร ท่าน อ.พลูหลวง...
ซึ่งเป็นหลักธรรมของพระพุทธเจ้านั้น สามารถปรับเข้ากับสภาพของราศีและดวงดาว
อย่างสนิทดังนี้...
...ราศีเมษ หรืออวิชชา...ซึ่งพลูโตเป็นเกษตรครองอยู่ หมายถึงภพปรโลกซึ่งพญายมครองอยู่
สิ่งต่างๆ จะไปเกิดก็จะผลักดันไปจากภพนี้ พลูโตหมายถึงวิชาการ ความศักดิ์สิทธิ และพลังงาน
เป็นธาตุไฟ สรรพสัตว์ต่างๆ หรือ โลกธาตุ ในสกลจักรวาล ล้วนถือกำเนิดจากธาตุไฟทั้งสิ้น แม้
ระบบสุริยะก็มีดวงอาทิตย์ลูกไฟดวงใหญ่เป็นประธาน ดาวพระเคราะห์เป็นบริวารของตน หากขาด
ธาตุไฟ ดาวพระเคาะห์ทั้งมวลในสกลจักรวาล ก็จะแตกดับหมดโดยสิ้นเชิง...
...ราหู หรือราศีพฤษภ เป็นสังขาร...หมายถึง สิ่งอันเกิดจากการปรุงแต่งของอวิชชา ราหูไม่มี
ตัวตน เป็นเพียงรูปสมมุติของโลก ตัวมันจะเดินย้อนทวนวิถีจักร ในสภาพสังขารที่ปราศจากรูป
สังขารเป็นธาตุดิน...
...เกตุหรือ ราศีเมถุน เป็นวิญญาณ...ซึ่งสมกับลักษณะเกตุอันเรียกว่า วิญญาณธาตุ เป็นรูป
สมมุติที่ปราศจากตัวตน สมกับลักษณะธาตุลมของราศีเมถุน วิญญาณคือสภาพนิรรูป...ล่อง
ลอยในอากาศ...
...จันทร์ หรือราศีกรกฏ ธาตุน้ำ เป็นนามรูป...จะเห็นว่าเมื่อไฟคือพลูโต ราหูธาตุดิน กับเกตุ
ธาตุลม มาประชุมร่วมกับจันทร์ธาตุน้ำ ครบมหาภูติรูป ได้กำเนิดนามรูปขึ้นมา นามรูปนี้ อยู่ใน
สภาพก่อร่างเป็นตัวตน คือมีรูปให้เห็น มีนามหรือการเคลื่อนไหวให้รู้สภาพนั้นๆ...
...นามรูป คือ สสาร กับพลังงาน...สองสิ่งนี้เป็นปฐมกำเนิดของโลกธาตุ และสัตว์โลกทั้งมวล
การประชุมของธาตุทั้ง ๔ ครบ ได้ก่อสิ่งมหัศจรรย์ คือนามรูปขึ้น...
แต่สิ่งนี้อาจจะมีชีวิต...หรือไม่มีชีวิตก็ได้...
...อาทิตย์ หรือราศีสิงห์ ธาตุไฟ...เป็นส่วนประกอบสำคัญทำให้เกิดชีวิต หรือเกิดสภาพสมบูรณ์
ของนามรูป คือ สฬายตะนะ อันเป็นอวัยวะที่จะรับรู้อารมณ์ต่างๆ ใน รูป รส กลิ่น เสียง ก่อให้เกิดมี
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ขึ้น...
...อาทิตย์ ธาตุไฟ ได้เติมพลังความรู้สึก...คือ มีการรับรู้อารมณ์ได้ เป็นสภาพชีวิตอันละเอียด
อ่อนประณีตขึ้น...
...อาทิตย์จึงเป็นส่วนสำคัญ...ในทางโหราศาสตร์ถือว่ามีอำนาจครองอวัยวะสำคัญที่สุด...
ในร่างกายคือใจ อันสฬายตะยะทั้งมวลนั้น จะปราศจากประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง ถ้าใจอันเป็น
ประธาน ไม่ยอมรับรู้อารมณ์เหล่านั้น...
...พุธ หรือราศีกันย์ คือผัสสะ เป็นธาตุดิน...จะเห็นว่าถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับธาตุไฟ และธาตุลม
แล้ว มักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอารมณ์ หรือสภาพอันเกิดขึ้นมา เป็นสภาพนามธรรม มิใช่รูปธรรม
...แต่พุธธาตุดิน...จะเป็นเรื่องของสิ่งที่ก่อความเป็นจริงจังขึ้นมา อาจเป็นรูปร่าง หรือก่อหวอด
สภาพต่างๆขึ้นมา พุธคือผัสสะ กล่าวคือสามารถรับรู้อารมณ์จากสฬายตะนะของดวงอาทิตย์
พุธจึงสำคัญมาก ทางโหราศาสตร์ถือว่า พุธครองมันสมอง คือสติ...
...ซึ่งถ้าพิจารณาข้อเท็จจริงจะเห็นว่า บุคคลใดดาวพุธในดวงชะตาเสียมักขาดสติ เช่นพุธเป็น
วินาสนะมักเป็นคนใจลอย พูดจาพุ่งๆ ไม่ได้พิจารณาไตร่ตรองเสียก่อน มักเสียเพราะปาก...
...ศุกร์ หรือราศีตุลย์ คือเวทนา เป็นธาตุลม...ขอให้สังเกตว่า ธาติลมหมายถึงความรู้สึก...
ความคิดฝันซึ่งตรงกับเวทนา อันหมายถึงการรับรู้อารมณ์แล้วเกิดความรู้สึกต่างๆ กล่าวคือ
เมื่อมีผัสสะแล้ว เราก็เกิดสภาพชอบสิ่งนั้นๆ หรือชอบสิ่งใดมากกว่า สิ่งที่ชอบนี่แหละคือ...
...เวทนา...
...เวทนาเป็นราศีลบ...เช่นเดียวกับวิญญาณราศีเมถุนเป็นราศีลบ อันหมายถึงการรับรู้อารมณ์
...อังคาร หรือราศีพิจิก ธาตุน้ำ คือตัณหา...หมายถึงความอยาก ความเร่าร้อน ตรงกับภพ
ของจักรราศีโลกด้วย ตรงราศีพิจิกคือเครื่องหมายอวัยวะเพศ อันเป็นตัวการสนับสนุนตัณหา
โดยตรง...
...ตัณหาอยู่ในราศีพิจิก ธาตุน้ำ เป็นฝ่ายลบ...เช่นเดียวกับนามรูปราศีกรกฏธาตุน้ำ เป็น
ฝ่ายลบเช่นเดียวกัน...
...พฤหัสบดี หรือราศีธนู ธาตุไฟเป็นฝ่ายบวก...คือ อุปาทาน เป็นลักษณะอาการยึดถือ
ยึดมั่น...
...ดาวพฤหัสบดี...จึงเป็นฝ่ายที่ลุ่มหลง เมื่อเชื่อสิ่งใดก็จะยึดปักใจต่อสิ่งนั้น ไม่คลอนแคลน
ดาวพฤหัสบดีเป็นฝ่ายบวก จึงมักได้ประโยชน์ เกิดพอกพูน และลาภยศต่างๆนานา
...เสาร์ หรือราศีมังกร คือภพ เป็นฝ่ายบวก...เสาร์เป็นดาวดื้อรั้น และเป็นดาวให้โทษ แต่
เมื่อเสาร์ให้คุณต่อดวงชาตา แล้วจะนำลาภอย่างมหาศาลมาให้ เพราะว่าเสาร์เป็นฝ่ายบวก
ดาวเสาร์มักดื้อรั้น สมกับลักษณะของภพ คือการยึดถือสิ่งใดจนไม่อาจเปลี่ยนเป็นอื่นได้
ดาวพฤหัสบดีนั้น เป็นดาวอันดื้อรั้นที่สุดแล้วก็ยังแพ้เสาร์ เพราะเสาร์นั้น จะไม่มีใครเปลี่ยน
เบนทัศนะคติได้เลย...
...มฤตยู หรือราศีกุมภ์ คือ ชาติ เป็นฝ่ายลบ...นั่นคือการกระจายตัวเอง ไปเกิดใหม่ หรือ
การแตกลูกหลานออกไป การแตกแยกความคิดจากจุดยึดถือนั้น แต่ยังคงมั่นคงในคติเดิม
ของตนอยู่ มฤตยูเป็นธาตุลม บ่งถึงการศูนย์เสีย...
...เนปจูน ราศีมีน คือชรา มรณะ เป็นฝ่ายลบ...เป็นการแยกแตกทำลาย ศูนย์หาย เนปจูน
คือกลุ่มชน การยึดมั่นในสังคมนิยม การอยู่ร่วมกันของฝูงชน ราศีมีนคือ ภพวินาสนะ ของ
ลัคนาโลกที่ราศีเมษ หมายถึง การเร้นลับ ไม่เปิดเผย การถูกคุมขัง การปิดบัง ...
การบ่อนทำลาย การแทรกซึม...
...แสดงว่าวิชาโหราศาสตร์ก็ไปเชื่อมโยงกับหลักของ...ปฏิจจสมุปบาท...
ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแน่นแฟ้น ลึกซึ้ง...
...แล้วพบกับ บทความ+บทเรียน ฯลฯ ได้ในอันดับต่อไปนะครับ...สวัสดี...
วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ดวงชาตา อ.จรัญ พิกุล
ประวัติโหราจารย์จรัญ พิกุล
อาจารย์จรัญ พิกุล เกิดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2466 เวลา 20.10 น. ที่จังหวัดพะเยา (ขณะนั้นเป็นอำเภอในจังหวัดเชียงราย) ท่านเคยให้สัมภาษณ์อย่างอารมณ์ดีว่า "ผมคงเป็นมนุษย์ประหลาดนะ เพราะเป็นคนที่สนใจโหราศาสตร์ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่" (คุณแม่ท่านเคยเล่าให้ท่านฟังว่าขณะตั้งครรภ์มักชอบดูท้องฟ้า) สำเร็จการศึกษามัธยม 6 จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ ในรุ่นที่มีสมญาว่ารุ่น "โตโจ" เพราะทางโรงเรียนยุติการสอนและให้นักเรียนรุ่นนี้สำเร็จการศึกษายกชั้น เนื่องจากประเทศไทยถูกญี่ปุ่นบุกในวันที่ 8 ธันวาคม 2484 (ขณะนั้นประเทศไทยเป็นกลางในสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ในที่สุดก็ถูกชักจูงเข้าร่วมสงครามเต็มตัว)
ยุคสงครามเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของท่านต้องสับสนไปด้วย ดังเช่นไม่สามารถศึกษาวิชาแพทย์ให้สำเร็จได้ตามความตั้งใจของคุณพ่อ แต่ก็เป็นช่วงที่เริ่มสนใจโหราศาสตร์และพยากรณ์ศาสตร์แขนงต่าง ๆ นับตั้งแต่ เลข ๗ ตัว ทักษาพยากรณ์ ดวงอีแปะ (ดวงไทยชนิดไม่ใช้สมผุส) การคำนวณปฏิทินสุริยยาตร์ (ภายหลังได้เลิกไปเพราะเห็นว่าปฏิทินสากลตรงกับท้องฟ้ามากกว่า) แม้จะเคยมีนักโหราศาสตร์มีชื่อเสียงท่านหนึ่งชี้หน้าว่า "คุณเรียนโหรไม่ได้หรอก" ก็ไม่อาจหยุดยั้งอาจารย์จรัญได้ โดยเฉพาะความอยากรู้ว่าฝรั่งเขาเรียนโหราศาสตร์กันอย่างไร ในที่สุดได้รบเร้าให้คุณแม่ขายที่ดินถนนระนอง 2 เพื่อไปศึกษาโหราศาสตร์ที่ประเทศอังกฤษ ...
ที่จริงอาจารย์จรัญ พิกุล ก็เหมือนกับอีกหลายท่านที่ปรารถนาจะทำงานมีเงินเดือนประจำแล้วค้นคว้าโหราศาสตร์เป็นงานอดิเรก แต่จะเป็นเพราะดวงหรืออะไรก็ตาม ทำให้ท่านต้องทำงานด้านโหราศาสตร์เป็นหลักมาตลอด ช่วงปี 2502-2503 เมื่อมีชื่อเสียงจากการไปเรียนโหราศาสตร์ที่เมืองนอก ท่านได้เปิด "สถาบันพยากรณ์" และออกนิตยสาร "ดวงชะตา" (เขียนเอง พิมพ์เอง ส่งเอง) และเริ่มศึกษาโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยนเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2503 จากหนังสือที่เพื่อน (คุณอุดม ปัทมินทร์ ผู้ล่วงลับไปแล้ว) นำมามอบให้ จนกระทั่งในปี 2515 ได้เชิญอาจารย์ พันโทประยูร พลอารีย์ (ยศขณะนั้น) ซึ่งสำเร็จวิชาโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยนโดยตรงจากประเทศเยอรมนี ให้มาเปิดอบรมโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยนที่โรงเรียนอาจารย์เกริก สี่แยกคอกวัว ท่านทั้งสองได้กลายมาเป็นเสาหลักสำคัญของวงการโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยนในประเทศไทยตลอดมา ...
ผลงานชิ้นเอกของท่าน คือ เมื่อคุณพ่อท่านใกล้จะเสียชีวิตในปี 2521 ท่านได้ค้นพบจานคำนวณสองชั้นสำหรับโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยน อันเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้การตรวจค้นจุดอิทธิพลต่าง ๆ 5 พันกว่าจุดได้อย่างสะดวกง่ายดายกว่าจานหมุนแบบเดิมเป็นอันมาก การพยากรณ์อีกแนวหนึ่งที่ท่านให้ความสำคัญมาก คือการพยากรณ์ด้วยการแบ่งวัยตามวงรอบของดาวเคราะห์ต่าง ๆ เช่น ช่วงเวลาที่ดาวอังคาร พฤหัส เสาร์ ฯลฯ โคจรทำมุมกับตัวเองในพื้นดวงเป็นมุม 90 องศา (1 ใน 4 รอบ) 180 องศา (ครึ่งรอบ) 270 องศา (3 ใน 4 รอบ) และ 0 องศา (กุมภ์หรือครบรอบนั่นเอง) เหตุการณ์ดาวจรเหล่านี้มักเป็นช่วงบอกเหตุการณ์สำคัญในชีวิตรวมถึงคุณโทษของดาวนั้น ๆ จากหลักเกณฑ์อันละเอียดของท่าน ทำให้ท่านเป็นนักโหราศาสตร์ที่ใช้คอมพิวเตอร์มากผู้หนึ่ง ทั้งที่อยู่ในวัยชราแล้ว ในบ้านของท่านจะมีคอมพิวเตอร์ตามห้องต่างๆ รวมกันประมาณ 5 เครื่อง แต่ละเครื่องจะมีโปรแกรมโหราศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศอยู่หลายโปรแกรม ...
ความเป็นนักค้นคว้าของท่านยังทำให้ท่านเคยสนใจศึกษาความลึกลับของปิรามิดอีกด้วยแต่จะไม่กล่าวโดยละเอียดในที่นี้ เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์โดยตรง และระยะหลังท่านไม่มีเวลาให้กับเรื่องนี้มากนัก ...
อาจารย์จรัญ พิกุล นับเป็นนักโหราศาสตร์อาวุโสที่ผ่านประสบการณ์มาหลายรูปแบบ ทั้งโหราศาสตร์ไทย สากล และยูเรเนี่ยน เคยสอนและพยากรณ์มาหลายแห่ง มีผลงานเขียนทั้งที่เป็นหนังสือและบทความวารสาร นิตยสาร และหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งหากคนรุ่นหลังไปพบผลงานของท่านที่เก่ามากๆ แล้ว ขอให้ใช้ดุลยพินิจสักนิด เพราะอาจเป็นเรื่องที่ปัจจุบันไม่ได้ให้ความสนใจแล้ว เช่น เรื่องดวงกับลายมือ หรือ ดาว Black Moon ฯลฯ และจากการที่ท่านเป็นปูชนียบุคคลของนักโหราศาสตร์ทุกแนว จึงได้รับเชิญไปเป็นเกียรติแก่งานพิธีสำคัญในวงการโหราศาสตร์อยู่เสมอ ทั้งที่ท่านอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรมากมาย ผลงานประจำปีที่เราอาจพบเห็นอยู่เสมอได้แก่ การร่วมพยากรณ์ในหนังสือ ศาสตร์แห่งโหรประจำปี ของสำนักพิมพ์มติชน และคำพยากรณ์ในโชคชัยไดอารีปัจจุบันท่านไม่ได้รับสอนหรือรับพยากรณ์ประจำไม่ว่าที่บ้านหรือที่ไหน แต่ผู้ที่สนใจจริง สามารถติดต่อท่านทางโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข 513-2740 ...
(โรจน์ จินตมาศ เรียบเรียงจากหนังสือ "๗๒ ปีในวังวนแห่งโหราศาสตร์ ข้าพเจ้าได้อะไรบ้าง" พิมพ์เนื่องในวันเกิดอาจารย์จรัญ พิกุล ครบรอบ ๗๒ ปี ๓ ธันวาคม ๒๕๓๘)
เิกิดวันที่ ๓ ธ.ค. ๒๔๖๖ ปีกุน วลา ๒๐.๑๐ น.พะเยา
๒ ฯ ๑๒
๑๑
...ทำไมท่านจึงเป็นนักโหราศาสตร์...
...ขั้นแรกให้ดูที่ราศีเมษ ภพกัมมะ [งาน,การศึกษา ]ดาว ๓ เจ้าเรือนไปอยู่ราศีตุลย์
ภพพันธุ[ ความผูกพันธ์,ศรัทธา] เป็นตำแหน่ง ประ [ ลำบาก ] ดาว ๓ ยังเป็นเจ้าเรือน
ภพ ปุตตะ [วัยเด็ก ] ...กุมกับดาว ๗ ซึ่งมีความหมายว่าเก่าแก่ ตรีโกณกับดาวมฤตยู
[ โหราศาสตร์ ] ที่ราศีกุมภ์ ภพมรณะ [ ห่างไกล ] เป็นเกษตร [ จริงจัง แน่วแน่ ]
กุมกับเกตุ [ต่างประเทศ ] และมีราหูที่ราศีสิงห์ภพ กฎมภะ [เงิน ได้มา ] โยคหลัง
ดาว๓ เจ้าเรือนภพ กัมมะ+ปุตตะ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อยู่...
...แปลว่า...
...ตั้งแต่วัยเด็กท่านมีความผูกพันธ์มุ่งมั่นแน่วแน่ ตั้งใจที่จะศึกษาวิชาโหราศาสตร์ให้
ได้ถึงแม้จะยากลำบาก แม้ว่าจะต้องเสียเงินเสียทองเดินทางไปที่เรียนที่ต่างประเทศ
อันห่างไกลต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง ด้วยศรัทธาอันแรงกล้า...
...เรียนที่ประเทศอะไร?...
...ดาว ๑ [ประเทศอังกฤษ ]
...ราหู [ ต่างด้าว ] ทำมุมจตุโกณ [ มุม ๔ ] กับดาว ๑ [ อังกฤษ ]
...ดาวมฤตยู [ โหราศาสตร์ ] และเกตุ [ ต่างประเทศ ] ทำมุม ๔ กับดาว ๑ [ อังกฤษ ]
...ดาว ๑ [ อังกฤษ ] สถิตที่ราศีพฤศจิกเรือนของดาว ๓ เจ้าเรือนภพกัมมะ+ปุตตะ
...ฉะนั้นสรุปโดยรวมได้ว่าไปเรียนวิชาโหราศาสตร์ที่ประเทศอังกฤษแน่นอน...
...อ้อ !ยังมีอีก...ดาว ๒ เจ้าเรือนภพตนุ [ เจ้าชาตา ] ยังโยคหลังกับดาว ๑ [ อังกฤษ ]
...ซึ่งกุมกับดาว ๕ เจ้าเรือนภพศุภะ [ ความสำเร็จ ] +ภพอริ [แข็งขัน ขยัน ] แบบนี้ =
...ดาว ๒ กับดาว ๑+ดาว ๕บีบโอบหน้า-หลัง ดาว ๓ เจ้าเรือนภพกัมมะ+ปุตตะอีกชั้นนึง
...จึงแปลเน้นออกมาอีกได้ว่า...
...เจ้าชาตาจะเรียนวิชาโหราศาสตร์ที่ประเทศอังกฤษสำเร็จได้อย่างไม่มีปัญหาแน่ๆ
...ที่ว่าไม่มีปัญหาก็เพราะว่า ๓+๗ แปลว่า คู่แตกหัก
...ดาว ๓ หมายถึง กัมมะ [ การเรียน ] +ปุตตะ [ เอาใจใส่ ]
...ดาว ๗ เป็นเจ้าเรือนภพปัตนิ [ ปัญหา, ไหวพริบ]
...จึงแปลแถมออกมาได้อีกว่า...ด้วยไหวพริบ ความเอาใจใส่ การแก้ปัญหาต่างๆ
...ทำให้สามารถบรรลุถึงสิ่งที่ตนเองพึงปารถนาได้ในที่สุด...
...เรื่องที่ระบุว่าท่านต้องเป็นโหราจารย์โดยตรงก็คือ..
...เรามาลองค้นหาความจริงจากตนุลัคน์ดาว ๒ ตนุลัคน์ตัวที่ ๑...ตั้งเป็นลัคนาที่ ๒
...ดาว ๔ เจ้าเรือนภพตนุ [ เจ้าชาตา ]+กัมมะ [งาน ]ไปเป็นประ [คนอื่น ]ที่ราศีธนู
...ภพพันธุ [สถานที่ ] กุมดาว ๖ เจ้าเรือนภพกฎุมภะ [ ได้มา ]และภพศุภะ
...[ความสำเร็จ ] มีดาวมฤตยู [ โหราศาสตร์ ] กุมเกต [ต่างประเทศ ]และมีราหู
...เจ้าเรือนภพอริ [บากบั่น ]...เล็งอยู่ ...ดาว ๕ ที่ดาว ๔กับ๖ไปอยู่เป็นเจ้าเรือนภพ
...พันธุ [ บ้านเกิด ] และภพปัตนิ...[ ที่ตนรัก ]
...แปลว่า...เจ้าชาตาได้เปิดโรงเรียนอบรมสอนวิชาโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยนเป็น
...เสาหลักสำคัญของวงการโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยนในประเทศไทย...
...เรื่องที่ระบุว่าท่านต้องเป็นโหราจารย์โดยตรงก็คือ..
...เรามาลองค้นหาความจริงจากตนุลัคน์ดาว ๒ ตนุลัคน์ตัวที่ ๑...ตั้งเป็นลัคนาที่ ๒
...ดาว ๔ เจ้าเรือนภพตนุ [ เจ้าชาตา ]+กัมมะ [งาน ]ไปเป็นประ [คนอื่น ]ที่ราศีธนู
...ภพพันธุ [สถานที่ ] กุมดาว ๖ เจ้าเรือนภพกฎุมภะ [ ได้มา ]และภพศุภะ
...[ความสำเร็จ ] มีดาวมฤตยู [ โหราศาสตร์ ] กุมเกต [ต่างประเทศ ]และมีราหู
...เจ้าเรือนภพอริ [บากบั่น ]...เล็งอยู่ ...ดาว ๕ ที่ดาว ๔กับ๖ไปอยู่เป็นเจ้าเรือนภพ
...พันธุ [ บ้านเกิด ] และภพปัตนิ...[ ที่ตนรัก ]
...แปลว่า...เจ้าชาตาได้เปิดโรงเรียนอบรมสอนวิชาโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยนเป็น
...เสาหลักสำคัญของวงการโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยนในประเทศไทย...
...จุด start ที่จะไปเรียนวิชาโหราศาสตร์ที่ประเทศอังกฤษเเมื่ออายุ ๑๘ ปี
...ให้นับอายุปีที่ลัคนาเป็น ๑ ปี นับไล่ไปเรื่อยพอถึงราศีมิถุนจะเป็น ๑๒ ปี นับต่อที่ลัคนา
...ไปอีกถึงราศีธนูจะเป็นอายุ ๑๘ ปีพอดี ให้ตั้งลัคนาจรปีที่ราศีธนู...
...คราวนี้มาดู ดาว ๕ เจ้าเรือนภพตนุ [ เจ้าชาตา ] +ภพพันธุ [ การศึกษา ] ไปอยู่ราศี
...พฤศจิกภพวินาสน์ [จากถิ่น ] กุมกับดาว ๑ [ อังกฤษ ] เป็นคู่มิตรใหญ่ [ซี้กันมาก ]
...มีดาว ๔ เจ้าเรือนภพกัมมะ [การเรียนวัยเด็ก] +ภพปัตนิ [ที่รักที่ชอบ ]กุมกับดาว ๖
...เจ้าเรือนภพอริ [ บากบั่น ]+ภพลาภะ [ มุ่งหวัง ] เป็นคู่ธาตุ [ แน่วแน่ ] ดาว ๒ อยู่ที่
...ราศีกันย์ภพกัมมะมาจากภพมรณะ [ ถิ่นแดนไกล ] โยค ดาว ๑ [ อังกฤษ ] และดาว
...๕ ตนุ+พันธุ...ต้นเรื่อง...
...แปลความมาว่า...
...เมื่ออายุได้ ๑๘ ปีก็ได้เริ่มคิดที่จะเดินทางไปที่ประเทศอังกฤษเพื่อที่จะศีกษา
...วิชาโหราศาสตร์ที่นั่น...บากบั่นและพากเพียรจนต่อมาหลังจากนั้นก็สามารถ
...เดินทางไปศึกษาได้ดั่งใจมุ่งหวัง...
...เมื่ออายุได้ ๑๘ ปีก็ได้เริ่มคิดที่จะเดินทางไปที่ประเทศอังกฤษเพื่อที่จะศีกษา
...วิชาโหราศาสตร์ที่นั่น...บากบั่นและพากเพียรจนต่อมาหลังจากนั้นก็สามารถ
...เดินทางไปศึกษาได้ดั่งใจมุ่งหวัง...
...ท่านได้รบเร้าให้คุณแม่ขายที่ดินถนนระนอง 2 เพื่อไปศึกษาโหราศาสตร์...
...ที่ประเทศอังกฤษเพราะดาวอะไรนำพา ?...
...จากดาว ๒ ตนุตัวที่ ๑ อยู่ที่ราศีกันย์ ให้ตั้งเป็นลัคนาที่ ๒ ที่ราศีธนูเป็นภพพันธุ [ แม่ ]
...ตั้งภพพันธุ[ แม่ ]ให้เป็นลัคนาแม่ เืพื่อที่จะดูในเรื่องของแม่โดยตรง...
...ดังนั้นที่ราศีมีนก็ต้องเป็นภพพันธุ [ อสังหาริมทรัพย์ ] ของแม่...ให้ตั้งภพพันธุเป็นลัคนา
...เพื่อที่จะดูเรื่องอสังหาฯลฯ ของแม่โดยตรง ที่ราศีเมษจึงเป็นภพกฎุมภะ [ เงิน ]
...ของบ้านทันที ดาว ๓เจ้าเรือนวิ่งไปอยู่ราศีตุลย์ภพกฎุมภะ[ ทรัพย์ ]ของดาว ๒ ตนุ
...ตัวที่ ๑ ดาว ๖เจ้าเรือนไปอยู่ราศีธนูภพพันธุ และไปกุมกับดาว ๔ ตนุ [ เจ้าชาตา ]
...+กัมมะ [ การศึกษา ]...เป็นคู่ธาตุ [แน่นอน ] ...
...อ่านจากภพพันธุ [ แม่ ] ที่ราศีธนูใหม่...ดาว ๕ ไปอยู่ที่ราศีพฤศจิกภพวินาสน์
...[ สูญเสีย ]...แปลว่า แม่ได้สูญเสีย...อะไรสักอย่าง...
...ดาว ๕ มีความหมายถึง พันธุ [อสังหาฯลฯ] ด้วยเท่ากับอ่านรวมกับของเก่าแปลว่า...
...แม่ได้สูญเสียที่ดินไป...เสียไปทำอะไรละ?...
...ตามดาว ๕ ไปกุมดาว ๑ [อังกฤษ ] ซึ่งมาจากภพศุภะ
...[ต่างประเทศ,ช่วยเหลือ ,ที่พึ่งพา ]
...ดาว ๓ เจ้าเรือนภพ วินาสน์ไปอยุ่ที่ราศีตุลย์ภพลาภะ [ ความต้องการ ] ...ดาว๗
...[ที่ดิน ]...มาจาก...ภพกฎุมภะ [ เงิน ] เงินจากที่ดิน แล้วดาว ๕ ก็หวนกลับมาที่ราศี
...ธนูเรือนพันธุ ...[แม่ ]...ดุจเดิม...
...แถมนิด...เหลือบไปมองที่ภพ ศุภะมีราหู [ต่างถิ่น ] เล็งดาวมฤตยู [โหราศาสตร์ ]
...และเกตู...[ ต่างประเทศ ] อีก...
...รวมข้อมูลทั้งหมดแล้วแปลได้ว่า...
...แม่ของท่านได้เอาเงินจากการขายที่ดินไปให้ลูกเพื่อจะได้เป็นทุนการ
...ศึกษาสำหรับที่จะไป..เรียนวิชาโหราศาสตร์ที่ประเทศอังกฤษ...
...คราวนี้เราลองมาดูจากลัคนาที่ ๑ กันอีกหน่อย...
...ตั้งภพพันธุ[ แม่ ]ให้เป็นลัคนาแม่ เืพื่อที่จะดูในเรื่องของแม่โดยตรง...
...ดังนั้นที่ราศีมีนก็ต้องเป็นภพพันธุ [ อสังหาริมทรัพย์ ] ของแม่...ให้ตั้งภพพันธุเป็นลัคนา
...เพื่อที่จะดูเรื่องอสังหาฯลฯ ของแม่โดยตรง ที่ราศีเมษจึงเป็นภพกฎุมภะ [ เงิน ]
...ของบ้านทันที ดาว ๓เจ้าเรือนวิ่งไปอยู่ราศีตุลย์ภพกฎุมภะ[ ทรัพย์ ]ของดาว ๒ ตนุ
...ตัวที่ ๑ ดาว ๖เจ้าเรือนไปอยู่ราศีธนูภพพันธุ และไปกุมกับดาว ๔ ตนุ [ เจ้าชาตา ]
...+กัมมะ [ การศึกษา ]...เป็นคู่ธาตุ [แน่นอน ] ...
...อ่านจากภพพันธุ [ แม่ ] ที่ราศีธนูใหม่...ดาว ๕ ไปอยู่ที่ราศีพฤศจิกภพวินาสน์
...[ สูญเสีย ]...แปลว่า แม่ได้สูญเสีย...อะไรสักอย่าง...
...ดาว ๕ มีความหมายถึง พันธุ [อสังหาฯลฯ] ด้วยเท่ากับอ่านรวมกับของเก่าแปลว่า...
...แม่ได้สูญเสียที่ดินไป...เสียไปทำอะไรละ?...
...ตามดาว ๕ ไปกุมดาว ๑ [อังกฤษ ] ซึ่งมาจากภพศุภะ
...[ต่างประเทศ,ช่วยเหลือ ,ที่พึ่งพา ]
...ดาว ๓ เจ้าเรือนภพ วินาสน์ไปอยุ่ที่ราศีตุลย์ภพลาภะ [ ความต้องการ ] ...ดาว๗
...[ที่ดิน ]...มาจาก...ภพกฎุมภะ [ เงิน ] เงินจากที่ดิน แล้วดาว ๕ ก็หวนกลับมาที่ราศี
...ธนูเรือนพันธุ ...[แม่ ]...ดุจเดิม...
...แถมนิด...เหลือบไปมองที่ภพ ศุภะมีราหู [ต่างถิ่น ] เล็งดาวมฤตยู [โหราศาสตร์ ]
...และเกตู...[ ต่างประเทศ ] อีก...
...รวมข้อมูลทั้งหมดแล้วแปลได้ว่า...
...แม่ของท่านได้เอาเงินจากการขายที่ดินไปให้ลูกเพื่อจะได้เป็นทุนการ
...ศึกษาสำหรับที่จะไป..เรียนวิชาโหราศาสตร์ที่ประเทศอังกฤษ...
...คราวนี้เราลองมาดูจากลัคนาที่ ๑ กันอีกหน่อย...
...ที่ราศีตุลย์เป็นภพพันธุ [แม่ ] ตั้งเป็นลัคนาแม่ ดาว ๓ = เป็นเจ้าเรือนภพ กฎุมภะ
...[เงิน ] และ...เป็นภพ ปัตนิ [ ปัญหา ] ดาว ๗ เป็นเจ้าเรือนภพ พันธุ [อสังหา ] ของแม่
...=ดาว ๓+ดาว ๗...ราหูเจ้าเรือนภพปุตตะ [ลูก ] ไปอยู่ราศีสิิงห์ภพศุภะ
...[ ต่างประเทศ,ช่วยเหลือ ] เล็งกับดาว...มฤตยู [โหราศาสตร์ ] ที่ราศีกุมภ็ภพปุตตะ
...[บุตร ] ส่วนดาว ๑ [อังกฤษ ] เป็นเจ้าเรือนภพศุภะ...[ช่วยเหลือ ,ที่พึ่ง ]ไปกุม
...ดาว ๕ เจ้าเรือนภพ สหัชชะ [ การศึกษา ]และภพอริ [อุปสรรค]...เป็นคู่มิตรกัน...
...ดาว ๓ กลับมาอยู่ีที่ราศีตุลย์ ภพ ตนุของแม่อีก...
...แปลว่า...
...แม่ได้เอาเงินจากการขายที่ดินเอาไปเป็นทุนการศึกษาให้ลูก เพื่อจะได้ไปเรียน
...วิชาโหราศาสตร์...ที่ประเทศอังกฤษ...
...ดูทั้ง ๒ จุดแล้วก็แปลออกมาได้เหมือนกัน จะขับไปเรื่อยๆก็จะมีคำแปลดุจเดียวกัน...
...ยิ่งเจาะลงไปในดวงยิ่งเห็นได้ชัดขึ้น ผมชักมึนตัวเองแล้วขอยุติก่อนนะครับ...สวัสดี
...เรื่องราวต่างๆก็สรุปได้ว่า ท่านเกิดมาเพื่อเป็นนักค้นคว้าฯลฯและเป็นโหราจารย์...
...อย่างแท้จริง...
วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ดวงชาตาอ.ทองเจือ อ่างแก้ว
๕ ๘
...อ.ทองเจือ อ่างแก้ว ๑ ฯ ๘ ปีมะโรง
๑๗ ก.ค.พ.ศ. ๒๔๔๗
เวลา ๑๓.๒๘ น.
...โยคเกณฑ์...
๑. ดวงได้จตุเกณฑ์ มีดาวพระเคราะห์เด่นอยู่ในมุมจตุโกณ คือเสาร์เกษตร พฤหัสบดีราชาโชค
และ อาทิตย์เป็นมหาจักร...
๒. ดาวเสาร์ เป็นเกษตรอยู่ในภพเกณฑ์ คือภพที่ ๔ ได้เกณฑ์ ปัญจมหาบุรุษโยค...
...วิจารณ์...
๑. ท่านผู้นี้เป็นอาจารย์สำคัญในวงการโหร และมีความเชี่ยวชาญในการคำนวณปฏิทินโหรแบบ
สุริยาตร ซึ่งบรรดาโหรคงใช้เป็นคู่มือในการผูกดวงชาตาอยู่ในขณะนี้...
...ดาวศุกร์ตนุลัคน์กุมพุธอันเป็นดาวสติปัญญา และกุมดาวอาทิตย์ซึ่งช่วยเร่งให้สติปัญญาสว่าง
ไสว...จึงมีหัวในการคำนวณเป็นพิเศษ...
๒. ดาวพฤหัสบดีเล็งลัคนาราศีตุลย์ ตามสถิติที่ปรากฏพบว่า เป็นดวงครูบาอาจารย์ ซึ่งมีผู้คน
ยกย่อง...นับถือมาก...
๓. ดาวพฤหัสบดี อยู่ในภพกัมมะของดาวศุกร์ตนุลัคน์ก็ชี้ให้เห็นชัดว่า ท่านเจ้าชาตารักในวิชาความรู้
และใช้วิชาความรู้นั้นให้เป็นประโยชน์แก่ชนทั่วไป...
๔. ดาวมฤตยูนำหน้าลัคนา มักสนใจค้นคว้า แสวงหาวิธีการใหม่ๆ มาใช้ในการคำนวณปฏิทินให้
รวดเร็วได้ผลดีผิดกับสมัยโบราณ นับว่าท่านเป็นผู้มีหัวก้าวหน้าผู้หนึ่ง ดาวมฤตยูยังมีอิทธิพลในด้าน
การเสี่ยง โชคด้วย ท่านจึงมักจะเป็นผู้กล้าได้กล้าเสีย ยอมเสี่ยงที่จะกระทำการใดๆ โดยไม่ลังเลใจ...
๕. ดาวพลูโตโหราศาสตร์โยคหลังดาวศุกร์ตนุลัคน์ ทำให้ท่านจะต้องมีชีวิตพัวพันอยู่กับวงการ ... โหราศาสตร์ตลอดไป แต่เพราะพลูโตเป็นดาวมรณะ จึงมักไม่นิยมทำนาย แต่มุ่งไปในทางสร้าง
ปฏิทินให้เป็นประโยชน์แก่วงการโหร...
...ที่ว่าต้องอยู่ในวงการโหรตลอดไป เพราะเมื่อตรวจจากลัคนา ดาวตนุลัคน์ไปอยู่ราศีกรกฏ ดาวจันทร์ตนุของตนุลัคน์ [ เจ้าเรือนของตนุลัคน์ ] ไปอยู่ราศีสิงห์ ณ.จุดราศีสิงห์นี้จะพบว่า...
ดาวพลูโตสถิตอยู่ในเรือนกัมมะ ข้อนี้เป็นประจักษ์พยานชี้ชัดว่าเหตุไฉนจึงต้อง ใช้ชีวิตในบั้นปลาย
อยู่กับวงการโหรมาจนบัดนี้...
๖. ดาวพุธ หนังสือ ลอยกลางฟ้าเหนือศรีษะขณะเกิด ทำให้นักคำนวณปฏิทินผู้ยิ่งยงท่านนี้ต้อง
เขียนตำรับตำราไว้มาก และปฏิทินที่คำนวณขึ้น ก็ได้ตีพิมพ์ออกสู่ีสาธารณะเป็นประจำทุกปีไม่เคยขาด...
...ต่อจากนี้ผมจะอธิบายเสริมให้ชัดเจนขึ้น...
...เริ่มตั้งต้นจาก ดาว ๕เจ้าเรือนภพสหัชชะ [ การศึกษา ] + ภพอริ [ ความบากบั่น ] ไปอยู่ราศีเมษ
ภพปัตนิ [คนอื่น ] ดาว ๓ เจ้าเรือนภพปัตนิไปอยู่ราศีมิถุนภพศุภะ [ความสำเร็จ,ที่พึ่ง ]
ดาว ๔ เจ้าเรือนไปอยู่ที่ราศีกรกฏ ภพกัมมะ [ งาน,ภาระ ] ดาว ๒ เจ้าเรือนไปอยู่ที่ราศีสิงห์ภพ
ลาภะ [มุ่งหวัง,ต้องการ ] ...
ดาว ๑ เจ้าเรือนกลับไปอยู่ราศีกรกฏภพ กัมมะ สมาสัปต์ [สลับเรือน ] กันไปเรื่อยๆไม่มีวันหยุด...
...แปลว่า..
...เจ้าชาตาเป็นคนมีความพากเพียรที่จะคิดค้นอย่างไม่กลัวความยากลำบาก ในการที่จะให้
ผู้อื่นประสพกับความสำเร็จในเรื่องกิจกรรมงานในด้านวิชาการหรือเอกสารต่างๆโดยเฉพาะวิชาโหราศาสตร์...ซึ่งงานที่กระทำก็จะเป็นงานที่มั่นคงถาวรไปได้โดยตลอดไม่จบสิ้น...
...ที่เน้นวิชาโหราศาสตร์ก็เพราะว่า...
ดาวมฤตยู [ โหราศาสตร์ ] เป็นศูนย์พาหะ [ ตัวนำทาง ] สถิตอยู่ที่ราศีพฤศจิกภพกฎุมภะ
[ ได้มา ] เป็นตัวนำทางชีวิตเจ้าชาตา...
ที่ว่างานด้านวิชาการเพราะว่า ดาว ๑ กุม๔ เป็นคู่วิชาการในด้านเอกสารมันสมองและตัวเลข...
...การผู้คนยกย่องเคารพนับถือ เพราะ...
...ดาว ๒ ตรีโกณกับดาว ๕ คือร่วมอยู่ในธาตุไฟด้วยกัน ๒ + ๕ = คนนับถือ
...๘ หมายถึงคนจำนวนมาก
...๒ หมายถึง ประชาชน
...๕ หมายถึง ครูบาอาจารย์
...๙ หมายถึง สูงสุด
...ในพื้นดวงดาว ๒ กุมกับ ๘ และ ๙ และตรีโกณกับ ดาว ๕ ...ดังนั้นจึงแปลได้ว่า...
...เป็น อ.โหรที่ผู้คนให้ความเคารพนับถืออยู่เป็นจำนวนมาก...
...ที่ว่าเจ้าชาตารักวิชาโหราศาสตร์ก็เพราะ..
...นับจากดาว ๖ ตนุลัคน์ตัวที่ ๑ ตั้งเป็นลัคนาที่ ๒ ดาวมฤตยู [ โหราศาสตร์ ]
...อยู่ที่ภพ ปุตตะ [ ความรัก ] ...แปลว่า เจ้าชาตารักวิชาโหราศาสตร์...
...นับจากดาว ๒ ตนุลัคน์ตัวที่ ๒ ตั้งเป็นลัคนาที่ ๓ ดาวมฤตยูอยู่ที่ภพ พันธุ [ ความผูกพันธิ์ ]
...แปลว่าเจ้าชาตาผูกพันธิ์อย่างลึกซึ้งกับวิชาโหราศาสตร์...
...ที่ชอบค้นคว้า แสวงหาวิธีการต่างๆมาใช้ในการคำนวณ เพราะ...
...ดาวมฤตยู [ โหราศาสตร์ , ค้นคว้า ] อยู่ร่วมแฝงเรือนเกษตรกับ ดาว ๕ [วิชาความรู้ ]
...คือที่เรือนเกษตรของดาว ๓ [กิจกรรม ] และดาว ๓ ก็ไปอยู่ที่ราศีมิถุนภพ ศุภะ [ฝักไฝ่ ]
...ดาว ๔ เจ้าเรือนก็ไปอยู่ที่ราศีกรกฏ ภพกัมมะ [ งาน ] ซะอีก แล้วก็สลับเรือน กัมมะกับ
...ลาภะ [ความมุ่งหวัง ] ไม่ไปไหนอีกเหมือนเดิม...
...แปลได้ว่า...เจ้าชาตาเป็นคนที่ค้นคว้าหาสิ่งแปลกใหม่ พาเพิ่ม เสริม ปรุงแต่งอยู่ตลอดเวลา
...เพื่อที่จะให้การคำนวณจากปฏิทินของท่านรุดหน้าไปอย่างไม่สิ้นสุด...
...ส่วนที่ท่านไม่ชอบทำนายเน้นไปในทางทำปฏิทินอย่างเดียวเพราะ...
...ที่ราศีกรกฏ ตั้งดาว ๖ ตนุลัคน์ตัวที่ ๑ เป็นลัคนาที่ ๒ ภพกัมมะที่ราศีเมษ ดาว ๓เจ้าเรือนไปอยู่
...ราศีมิถุนภพวินาสน์ [งานค้นคว้า,ไม่เปิดตัว,เบื้องหลัง]
...ที่ราศีสิงห็ ตั้งดาว ๒ ตนุลัคน์ตัวที่ ๒ เป็นลัคนาที่ ๓ ภพกัมมะที่ราศีพฤศภ ดาว๖ เจ้าเรือนไปอยู่
...ราศีกรกฏภพ วินาสน์ [ไม่เปิดเผย,งานทำแบบส่วนตัว, ที่อันเป็นสัปปายะ , สงบ ]
...จึงแปลเน้นไปว่า...เจ้าชาตาชอบทำงานแบบเป็นส่วนตัว ในที่สงบไม่จุ้นจ้าน อยู่คนเดียว เพราะ
...ฉะนั้นการที่จะให้ท่านไปนั่งทำนายดวงชาตาให้ผู้คน ตอบได้ว่า...เมินซะเถอะ...อย่าหวัง...ครับ
...ส่วนเรื่องการใจถึงในเรื่องการเสี่ยงโชคต่างๆนั้นเพราะว่า...
...เราดูกันที่ลัคนาเลยว่า..ดาวมฤตยูเจ้าเรือนภพปุตตะ [การเสี่ยง ] .อยู่ที่ราศีพฤศจิก...
...ภพกฎุมภะ [ได้มา ] ดาว ๓ เจ้าเรือนไปอยู่ที่ราศีมิถุนภพ ศุภะ [ ฝักไฝ่ ] ดาว ๔เจ้าเรือนวิ่ง
...ไปอยู่ราศีกรกฏภพกัมมะ [กิจกรรม ] ดาว ๑ เจ้าเรือนไปอยู่ราศีสิงห์ภพ ลาภะ [มุ่งหวัง ]
...แล้วก็สลับเรือนกันไปเรื่อยๆ ที่ใจถึงเพราะว่ามี ราหู โยคหลังลัคนาอยู่ในเรือนลาภะ ...
...แปลว่า เจ้าชาตานิยม ฝักไฝ่ ใจรักมีความต้องการที่จะเสี่ยงโชค อยู่เสมอมาไม่จบสิ้น...
...ซึ่งบางครั้ง บางคราวก็ประสพกับความวุ่นวายเนื่องจากความใจถึงของท่านนั่นเอง...
...ที่ว่างานท่านเป็นอมตะได้รับความนิยมตลอดกาลก็คือ...
...ให้มองไปที่เรือนกัมมะ [ งาน ] ดาว ๑ วิ่งไปที่ราศีสิงห์ภพลาภะ [ความต้องการ ] แล้วก็สลับ
...เรือน ระหว่าง กัมมะ+ลาภะ+กัมมะ+ลาภะ ฯลฯ ไม่จบสิ้น...
...และอย่าลืมดูที่ราศีมังกร ภพพันธุ [ ปึกแผ่น ] เป็นภพ กัมมะ [ งาน ] ของลัคนาโลก
...แปลง่ายๆว่า งานของท่านมีมั่นคงเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้นถาวร...
...งานของท่านจึงเป็นที่ต้องการของผู้คนอย่างไม่จบสิ้น ตลอดกาล...
...การวิเคราะห์ดวงชาตา อ.ทองเจือ อ่างแก้วก็คงต้องยุติลงเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ...
...พบกันใหม่ในบทความ ดวงชาตาในตอนต่อไปกันนะครับ...สวัสดี...
วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ดาวจรวันสำเร็จกิจกรรม
...เมื่อวันที่ ๕ ส.ค.๒๕๕๖ สองสามี ภรรยาได้่ดินทางไปโคราชเพื่อทำธุรกรรมในเรื่องเกี่ยวกับที่ดิน
ซึ่งเป็นเรื่องที่เนิ่นนานมาแล้วกว่า ๑ ปี ซึ่งยังไม่เสร็จสิ้นลงตัว แต่เนื่องจากดาวประจำวันส่อวี่แววว่า
จะเสร็จสิ้นกันในวันนี้ และก็เป็นจริงตามดวงดาวว่า ทุกฝ่ายมีการเจรจาที่ลงตัวและราบรื่นไม่ติดขัด
ผมจึงนำดาวจรประจำวันมาแฉให้ดูว่า ถ้าดาวเจ้าการทุกเรื่องถ้าทำมุมสัมพันธิ์กันด้วยดีแล้วทุกอย่าง
ก็ปราศจากอุปสรรคใดๆมากั้นขวางได้...
...ในภาพดวงด้านล่างราศีกันย์ที่เขียนไว้เป็นของภรรยาที่เป็นเจ้าของที่ดิน ...
ส่วนราศีพฤศจิกนั้นเป็นราศีของฝ่ายสามี ...
การชี้แนะในเรื่องดาวจรนี้ ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับดวงเดิมของทั้งสองคน
มีแต่เน้นเมื่อกล่าวถึงราศีของภรรยานั่นก็ต้องเพ่งเล็งดูไปที่ราศีกันย์ ...
ถ้าเกี่ยวกับสามีนั่นหมายถึงต้องตามไปดูที่ราศีพฤศจิก ...เท่านั้นเองครับ ...
...ต่อไปนี้เป็นดวงจรตามไดอารี่โหร อ.ทองเจือ อ่างแก้ว...
...วันที่ ๕ ส.ค. พ.ศ. ๒๕๕๖ ...
...เริ่มแรกดูจากราศีกันย์ [ ภรรยา ]
...ดาว ๕ เจ้าเรือนภพ พันธุ [ ที่ดิน ] + ปัตนิ [ คู่คดี ] ไปอยู่ราศีมิถุน
...ภพกัมมะ [ ภาระ ] + ตนุ [ ตนเอง ] ...
...อ่านว่า พันธุ + ปัตนิ +กัมมะ + ตนุ...
...ดาว ๕ กุม ดาว ๓ ได้คู่สมพล [มีพลัง ]
...ดาว ๓ เป็นเจ้าเรือนภพ สหัชชะ [ การติดต่อ ] + ภพมรณะ [ นานๆ ]
...แปลว่า การติดต่อที่นานมาแล้ว...
...แปลรวมได้ว่า ตนเองมีกิจกรรมเกี่ยวกับที่ดินที่จะต้องไปเจรจากับคู่คดี
...ซึ่งได้พัวพันติดต่อกันมาเป็นแรมปีแล้ว...
...อ่านต่อจากดาว ๔ เจ้าเรือนภพกัมมะ [งาน ]
...ดาว ๔ ไปอยู่ราศี กรกฏภพ ลาภะ [ ความสำเร็จ ] เป็นเกษตร [ มั่นคง ]
...อ่านว่า ลาภะ [ ความต้องการ ] + ลาภะ [ ความสำเร็จ ]
...แปลว่า ความต้องการที่ประสพกับความสำเร็จในการเจรจา [ ดาว ๔ ]
...ดาว ๔ หมายถึงการเจรจา สัญญา เอกสาร ฯลฯ
...อ่านดาวลอยที่อยู่ที่ราศีกรกฏ คือดาว ๑ + ๔ + ๒
...ดาว ๑ หมายถึง กฎหมาย ทนายความ ผู้พิพากษา
...ดาว ๔ หมายถึง การเจรจา มันสมอง เอกสาร
...ในเมื่อดาว ๒ เป็นเกษตร [ แน่นอน ] อยู่ที่ภพ ลาภะ [ ความสำเร็จ ]
...กุมอยู่กับดาว ๑ มหาจักร [พลิกผัน ] และกุมกับดาว ๔ ตนุ + กัมมะ
...แปลได้ว่า การเดินทางไปที่โคราชในวันนี้ในเรื่องการเจรจาเกี่ยวกับ...
...ที่ดินจะยุติลงและจะประสพกับความสำเร็จเป็นอย่างดีแน่นอนในวันนี้...
...วันจันทร์ [ ดาว ๒ เป็นเกษตรภพลาภะ และเป็น พันธุ [ ที่ดิน ] ของ...
...ลัคนาโลกด้วย...
...ดาว ๒ หมายถึง วัน
...ดาว ๑ หมายถึง เดือน
...ดาว ๕ หมายถึง ปี
...ปัตนิ หมายถึง คู่คดี เป็นประ [ อ่อนตัว ]
...เกตุ อยู่ที่ภพ พันธุ [ ที่ดิน ] หมายถึง ความวุ่นวายในเรื่องที่ดิน
...การเจรจาที่ลงเอยกันด้วยดี...
...ดาว ๗ + ๘ [ ราหู ] ได้คู่มิตรใหญ่ ตรีโกณ กับ...
...ดาว ๓ + ๕ ได้คู่สมพล [ มีพลัง ] ...
...ดาว ๖ เจ้าเรือนภพ กฎุมภะ [ได้มา เงิน ] และภพ ศุภะ [ ที่พึ่ง ความสำเร็จ ]
...โยคหลัง ๗ + ๘ ...โยคหน้า ๓ + ๕ ให้คุณเต็มที่...
...คราวนี้เรามาดูจากดาว ๔ ตนุลัคน์จร...
...ดาว ๔ จรอยู่ราศี กรกฏ ตั้งเป็นลัคนาจรราศีกรกฏ
...ดาว ๖ เป็นเจ้าเรือนภพ พันธุจร [ ที่ดิน ] + ลาภะ [ความสำเร็จ ]
...ไปอยู่ราศีสิงห์ภพ กฎุมภะ จร [เจรจา ได้มา เงิน ]
...ดาว ๑ เจ้าเรือนภพ กฎุมภะจร ไปอยู่ราศีกรกฏภพ ตนุจร [ตนเอง ]
...แล้วดาว ๒ เป็นเกษตร [ แน่นอน ]
...แปลออกมาได้ว่า...
...การเจรจาในเรื่องที่ดินประสพกับความสำเร็จอย่างแน่นอนหมดปัญหา
...ดาว ๗ เจ้าเรือนภพปัตนิจร [ คู่คดี ] ถูก ราหู เจ้าเรือนภพ มรณะจร [ ดับ ]
...เกลี้ยกล่อม [ คู่มิตร ] จนหมดฤทธิ์เดช แถมโดนดาว ๖ ที่เป็นศูนย์พาหะ
...โยคหลังอยู่อีก ไม่ยอมก็ต้องยอมละที่นี้...
...ตอนนี้เรามาดูลัคนาฝ่ายสามีคือราศีพฤศจิกกันบ้าง...
...เริ่มอ่านจากดาว ๖ ปัตนิ [คู่ ] + วินาสน์ [วุ่นวาย ] ไปอยู่ที่ราศีสิงห์ภพ...
...กัมมะ [ กิจกรรม ] ดาว ๑ เจ้าเรือนภพกัมมะไปอยู่ที่ราศีกรกฏภพศุภะ
...[ ความสำเร็จ ] เป็นเกษตร [ แน่นอน ] ...
...แปลได้ว่า ปัญหาในเรื่องที่ดินของคู่จะได้รับการขจัดปัดเป่าและลงเอย
...ด้วยความสำเร็จอย่างแน่นอน...
...ถ้านับจากปัตนิเป็นตนุราศีสิงห์ก็เป็นภพพันธุ [ ที่ดิน ] ที่ราศีพฤศจิก
...ดาว ๓ ก็จะเป็นปัตนิ [คู่คดี ] อยู่กับดาว ๕ ซึ่งเป็นเจ้าเรือนภพมรณะ [ ดับ ]
...แปลว่าคู่คดีจะต้องแพ้ทางหมดพิษสงแน่แท้...
...เราลองขับดูดาว ๖ ปัตนิจร อยู่ที่ราศีสิงห์ตั้งเป็นภพตนุจร...
...ภพพันธุ [ ที่ดิน ] + ภพศุภะ [ ความสำเร็จ ] ก็ไปอยู่ที่ราศีมิถุน...
...ภพลาภะ [ความสำเร็จ ] อีก ก็แปลได้ว่า เรื่องที่ดินชนะความ...
...ที่จริงยังดูได้อีกเยอะแต่ผมว่า แค่นี้ก็พอจะได้มึนๆกันพอแล้วแหละครับ...
...สุดท้ายนี้...ไว้พบกันในบทความ + บทเรียน หน้ากันต่อไปนะครับ...สวัสดี...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






